ผู้ติดตาม

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2551

วันที่เครียดๆ

หลายวันนี้มีแต่เรื่องเครียดๆเข้ามาในชีวิต
ทั้งเรื่องการงาน
เรื่องเทอ
เครียดจนปวดหลังอีกแล้ว
ปวดร้าวที่แผ่นหลัง
ไม่รู้ว่ามันจะหายเมื่อไหร่
รุแค่ว่า
เมื่อไหร่ฉันถึงจะออกจากตรงนี้ได้สักที
รอวัน

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551

รอต่อไป

สาเหตุที่ฉันยังต้องรอพี่ต่อไป
1. ฉันจะรอพี่ต่อไปอีก 10 ปี (ปี2552-2562)
2. ช่วงนี้ฉันควรปล่อยให้เจ้าผีเสื้อน้อยผู้น่ารัก ได้โผบินไปตามหาตัวเอง ฉันจะไม่คอยวิ่งไล่จับอีกแล้ว ฉันจะไม่สร้างความกดดันให้กับพี่อีก เพราะการที่ฉันวุ่นวายกับชีวิตพี่มากเกินไป มันยิ่งทำให้พี่หนีไปไกลจากฉันมากขึ้นทุกที
3. ฉันจะรอจนกว่า สักวันหนึ่ง พี่จะกลับคืนมา เพราะว่าฉันรักพี่
4. แม้คำตอบของการรอจะเป็นเช่นใด แต่ฉันก็ยังอยากพิสูจน์จิตใจตัวเองเหมือนกัน ว่าแท้จริงแล้วฉันน่ะ รักพี่มากมายแค่ไหน
5. เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป้นเพราะอารมณ์ และเกมการเมืองเท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้ว เราสองคนต่างรู้สึกดีๆกันมากมาย
6. ฉันยอมให้พี่มีคนอื่นด้วยได้ ขอแค่พี่มีความสุข ฉันยอมได้ แต่จำเอาไว้ว่า ยังไงฉันก็ยังรอพี่เป็นคนนิสัยดี จึงไม่แปลกเลยที่จะมีคนอื่นมาชอบ มารัก อันนี้ฉันทำความเข้าใจใหม่แล้ว
7. ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีค่า แต่ว่าเป็นเพราะว่าฉันวู่วามเกินไป ไม่เชื่อฟังพี่ จึงถูกพี่ทำร้ายน้ำใจไปมากมาย ความรู้สึกมันอาจดุแย่ แต่ว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพราะว่าแนรักพี่ แต่ว่าต่อจากนี้ไป ฉันจะได้เรียนรู้ใจตัวเองมากขึ้น ว่าจริงๆแล้วเราสองคนต้องใช้เหตุผลมากกว่านี้
8. ฉันว่าให้พี่แรงเกินไป แต่นั่นเป็นเพราะความโกรธ ที่พี่อยู่ใกล้คนอื่น และไม่ให้ความสำคัญกับฉัน แนสำคัญตัวเองมากเกินไป ซึ่งแท้จริงแล้ว ทุกคนต่างก็มีค่าเท่ากัน แต่บางเวลาฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าฉันเป็นที่หนึ่งของพี่
9. ช่วงนี้ฉันจะพยายามไม่โทหาพี่นะ เพราะแนรู้ว่าถ้าพี่พร้อมที่จะคุยกับฉันเมื่อไหร่ พี่ก็คงจะโทมาเอง
10. เป็นห่วงพี่ตลอด

โตะหินอ่อน ใต้ตึกเกษตร

เมื่อวานตอนเย็นขี่มอไซค่ไปวิ่ง
ผ่านข้างตึกเกษตรผ่านโตะหินอ่อนตัวนั้น
ตัวที่พี่กะกู๋นั่งต่างคนต่างเริ่มทำความรู้จักกัน
พี่ถามว่าแผลที่คอกู๋เป็นไรหรอกู๋เขิน อายจนต้องขอตัวไปห้องน้ำพี่ก็เป็นคนตรงๆเหมือนกันนะบางคำถาม กู่แทบจะตอบไม่ได้ในทันทีเลยต้องไปทำใจในห้องน้ำก่อน เพราะว่า ณ เวลานั้น อาย และเขินตัวเอง
ท่านั่งของพี่ อยู่ในท่าเหยียดขายาว ขึ้นพาดบนม้านั่งอีกตัวนึงสายตาหวานค่นั้นกู๋ยังจำได้ดีลักยิ้มตรงมุมขวา ส่องประกายมาเป็นระยะๆกู๋อยากจะไปนั่งตรงโต๊ะตัวนั้นแต่ว่ากลัวเหลือเกินกลัวว่าจะคิดถึงพี่จนมากเกินไปเลยผ่านไปวิ่งและไปตีแบตกับเพื่อนๆขากลับถนนสายนั้นข้างตึกเกษตร
ถนนสายที่พี่ต้องจูงรถมอไซค์และบอกกะกู๋ว่า พี่อยากอยู่กะกู่นานๆเลยไม่อยากขับมอไซค์พี่จูงมอไซค์อย่างมีความสุขกู๋ก็สุขไม่แพ้กันจูงจนถึงหน้าหอพักกู๋แล้วพี่ก็ส่งยิ้มมาก่อนที่พี่จะลาจากไป
ตอนนี้ ก้อเป็นยังไงบ้างน้ากู่อยากเจอก้อมากมายเหลือเกิน
รอก้ออยู่นะ
มาหากัน
เรายังเป็นคนเดิมของกันและกันใช่ไหม
อย่าโกรธกู่นานไปกว่านี้เลยรู้ นะว่าก้อไม่ชอบที่กู่ไปหาก้อถึงข้างบนนั้น
ก้อคงโกรธและเกลียดกู๋มากกู๋ขอโทษ ก้อให้อภัยกู๋เถอะนะเรารักกันไม่ใช่หรออย่าโกรธกู๋นานเลย
มายเบบี้
คิดถึง

จับมือกันไว้ แล้วไปด้วยกัน

ฉันหนาวเหลือเกิน
พี่จับมือของฉันไว้
ฉันพยายามซุกมือของฉันไว้รอบตัวพี่
พี่ช่างอุ่นเหลือเกินเราเดินทางกันเป็นคณะใหญ่มีทั้งเพื่อนร่วมงานที่นี่ ญาติๆที่บ้านฉันและพี่เราสองคนเดินไปด้วยกันจับมือกัน มันช่างดีแสนดีพี่คอยดูฉัน ฉันคอยยิ้มให้พี่ตลอดทางระหว่างทาง ที่พักกัน พี่โอบกอดฉันไว้ในอ้อมแขน มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน เมื่อเรามาถึงที่หมายต่างแยกย้ายกันเข้าพักฉันและพี่พักห้องเดียวกันฉันอยากกอดพี่เหลือเกิน ฉันโหยหาพี่
ฉันมีความสุขจิงเลย ที่ได้อยู่กับพี่
แล้วเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งก็ชวนให้ฉันไปที่ไหนสักแห่งเหมือนไปอีกที่นึงแต่เป็นที่ๆน่ากลัวฉันอยากกลับไปหาพี่ทันทีและฉันก็รีบเดินกลับมาหาพี่ที่ห้องทันทีฉันอยากเจอพี่เท่านั้น แต่....พอมาถึงหน้าห้องฉันต้องสะดุ้งตื่น นี่ฉันแค่ฝันไปฉันไม่ได้อยู่กับพี่พี่ไม่ได้มาหาฉันหรอเนี่ย แต่ว่ารอยสัมผัส อุ่นไอร้อนในฝันเมื่อกี้ ฉันยังจำได้และยังสัมผัสได้ เหมือนฉันเพิ่งได้รับอ้อมกอดจากพี่ไปเมื่อกี้นี้เองฉันหลับตั้งแต่เย็น18.00สะดุ้งตื่นอีกทีก็สามทุ่มครึ่ง หลายวันนี้ฉันฝันว่าพี่มาหาฉัน และอยู่กับฉันบ่อยเหลือเกินพี่คะพี่จะฝันถึงฉันบ้างไหม

โต๊ะหินอ่อนตึกเกษตร

เมื่อวานตอนเย็นขี่มอไซค่ไปวิ่ง ผ่านข้างตึกเกษตรผ่านโตะหินอ่อนตัวนั้นตัวที่พี่กะกู๋นั่งต่างคนต่างเริ่มทำความรู้จักกันพี่ถามว่าแผลที่คอกู๋เป็นไรหรอกู๋เขิน อายจนต้องขอตัวไปห้องน้ำพี่ก็เป็นคนตรงๆเหมือนกันนะบางคำถาม กู่แทบจะตอบไม่ได้ในทันทีเลยต้องไปทำใจในห้องน้ำก่อน เพราะว่า ณ เวลานั้น ทั้งอาย และเขินตัวเอง

ท่านั่งของพี่ อยู่ในท่าเหยียดขายาว ขึ้นพาดบนม้านั่งอีกตัวนึงสายตาหวานค่นั้นกู๋ยังจำได้ดีลักยิ้มตรงมุมขวา ส่องประกายมาเป็นระยะๆ

เวลานี้ กู๋อยากจะไปนั่งตรงโต๊ะตัวนั้นแต่ว่ากลัวเหลือเกินกลัวว่าจะคิดถึงพี่จนมากเกินไป

เลยผ่านไปวิ่งและไปตีแบตกับเพื่อนๆขากลับ ถนนสายนั้นข้างตึกเกษตรถนนสายที่พี่ต้องจูงรถมอไซค์และบอกกะกู๋ว่า พี่อยากอยู่กะกู่นานๆเลยไม่อยากขับมอไซค์พี่จูงมอไซค์อย่างมีความสุขกู๋ก็สุขไม่แพ้กันจูงจนถึงหน้าหอพักกู๋แล้วพี่ก็ส่งยิ้มมาก่อนที่พี่จะลาจากไป

ตอนนี้ ก้อเป็นยังไงบ้างน้ากู่ อยากเจอก้อมากมายเหลือเกิน รอก้ออยู่นะ มาหากันเรายังเป็นคนเดิมของกันและกันใช่ไหม อย่าโกรธกู่นานไปกว่านี้เลยรู้นะว่าก้อไม่ชอบที่กู่ไปหาก้อถึงข้างบนนั้นก้อคงโกรธและเกลียดกู๋มากกู๋ขอโทษ ก้อให้อภัยกู๋เถอะนะเรารักกันไม่ใช่หรออย่าโกรธกู๋นานเลย

มายเบบี้

คิดถึง

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ฮาราคีรี

_อยากจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้จริงเลย
ใช้มีดแทงเข้าไปที่ท้องด้านซ้าย
ถ้ายังไม่ตาย ให้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายชักมีดมาทางด้านขวาของช่องท้อง
และถ้ายังไม่ตายก็จะชักมีดขึ้นด้านบานช่องท้อง
หรือไม่ก็คือ แทงมีดเข้าไปแล้ววาดให้เป็นตัวเลข 1
การตายแบบนี้
มันคงทรมานน่าดู
ศพอาจไม่ค่อยสวย
แต่เชื่อสิ ว่าทุกคนจะต้องจำฉันได้แน่นอน
ฉันไม่อยากตายแบบวิธีธรรมดา
ฉันอยากตายด้วยวิธีฮาราคีรี

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551

"The Lerk"

สิงห์นักบิดเข้าสิง
ทนเก็บความรู้สึกคับข้องใจไว้ไม่ไหวแล้ว ก็เรื่องมันเกิดขึ้นบ่อยมาก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มาครั้งนี้ พี่ก็ยังไม่เครียอีก
แถมยังเงียบอีก
ฉันจึงบอกเลิกๆๆพี่ไป
เหตุผลก็คือพี่โกหก หลอกฉัน
พี่บอกกับคนทางนั้นว่าพี่ไม่ได้ชอบฉัน แต่ฉันน่ะ ไปชอบพี่อยู่ฝ่ายเดียว
เจ็บใจนักที่พี่มาจับปลาสองมือไว้แบบนี้
ตอนบ่ายวันศุกร์ที่15ส.ค.51 เลยด่าพี่ไปทางเอ็ม
"สารเลว ไอ้ชาติชั่ว ชาติหมา ไอ้คนเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว ทำตัวอย่างกะพวกผู้ชายขายตัว สำส่อนไม่เลือกที่
ครูแบบนี้ลาออกแล้วไปขายบริการยังจะดีกว่าอีก แบบอย่างเลวๆแบบนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นครูไทยหรอก
แมร่ง ไอ้บัดซบ ไอ้เหี้ย ฯลฯ "
ตอนที่ฉันด่าพี่แบบนี้ไป
พี่ก็บอกว่าพี่มีเรื่องดีๆหลายเรื่องเลยที่อยากจะคุยด้วย
แต่พอมาเจอคำด่าของฉันพี่เลยจอดดดด
พี่คงไม่เคยคิดว่าฉันน่ะแค้นพี่มากแค่ไหน
ฉันสามารถฆ่าพี่ได้เลยนะเนี่ย ถ้ามีอาวุธนะ
มันแค้นใจนัก ที่พี่อยู่บนนั้นกะคนนั้นและไม่สนใจกันเลย
พี่เบื่อแล้วก็มาทิ้งกันง่ายๆๆแบบนี้ไม่ได้หรอก..
เพราะฉะนั้น
เช้าวันเสาร์ที่ 16 ส.ค.51 ฉันก็ควบมอไซค์ บิดขึ้นไปรร.พี่ทันที
เพราะว่าฉันอยากจะคุย อยากจะเจอพี่ คุยให้รู้เรื่อง
แต่พี่บอกว่าติดงานเรื่องเตรียมงานสัปดาวิทย์
พี่บอกอีกว่าอย่าเพิ่งขึ้นไปตอนนี้เลย เพราะว่าผอ.จับตามองอยู่ เด๋วเรื่องมันจะไปกันใหญ่
พอเจอห้ามแบบนี้ ใจก็ไม่นิ่งแล้วววว
ต้องลุย
บิดมอไซค์ ไป ระยะทางประมาณ150 กม. (เป็นลูกรัง 50 กม.)
บิดด้วยความเร็ว 80-110 กม./ชม. สลับกันตลอดเวลา
ก็ใจฉันมันร้อนรน อยากจะเจอหน้าไอ้คนโกหก อยากจะไปให้เห็นว่าพวกพี่สองคน "รักกัน"
ฉันอยากเห็น อยากรู้ เพื่อที่ฉันจะได้สามารถเอาชนะใจตัวเองได้ ฉันจะได้ไม่เครียดมากเรื่องพี่อีก

เข้าเมืองผี
เมื่อเข้าสู่ตัวอ.นครไทย ใจก็เริ่มหวั่น ทำไมมันน่ากลัวแบบนี้
แต่นั่นละ ฉันก็ยังรู้สึกตัวอยู่ ฉันมีจุดหมายคือไปยังเมืองผี
เข้าสู่ตัวอ.ชาตริตระการ แวะกินข้าว พักเหนื่อย เป็นการเดินทางที่เหนื่อย และน่ากลัวเหลือเกิน เพราะสิ่งที่ฉันกำลังจะได้รับรู้ นั่นคอการสูญเสีย
พอถึงทางแยกขึ้นหมู่บ้านน้ำจวง (บ้านน้ำตอน) ฝนตกลงมา หนักมาก ทางแยกนั้นเป็นทางลูกรัง
ฉันใส่เสื้อกันฝน และฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนั้นต่อไป โดยไม่หยุดหย่อน
สองข้างทางเต็มไปด้วยไม่ป่ามากมากมาย แต่ฉันไม่สามารถมองเห็นและสัมผัสธรรมชาติเหล่านั้นได้เลย
เพราะว่าจิตใจฉันร้อนรุ่ม ทั้งที่ต้นไม้และทิวเขาพวกนั้นเป็นสิ่งที่ฉันชื่นชอบยิ่งนัก แต่ ณ เวลานั้นแล้ว
ใจมันจดจ่ออยู่ตรงนั้น คำถามนั้น
ผ่านไปประมาณเกือบ 2 ชม.
มอไซค๋คู่ชีพก็พาฉันมาถึงเมืองผี เป็นหมู่บ้านผี ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
มันหลอกหลอนฉันตั้งแต่พี่ไปสอนอยู่ที่นั่น
ตลอดเวลา 1ปีเต็มที่นั่น ทำให้ฉันกลายเป็นคนจิตตก ประสาท เครียด อารมณ์ฉุน
เมื่อฉันขึ้นไปถึงรร. และเจอหน้าพี่
พี่กำลังทำงานอยู่
งานไม่ยุ่งนัก
แต่พี่ถามฉันสั้นๆ ว่า "มายังไง มากะใคร"
และฉันก็ตอบสั้นๆ ว่า บิดมอไซค์มาคนเดียว
พี่นั่งนิ่งตลอด
สักพักผู้หญิงคนนั้นก็เดินมา
และหยุดจ้องหน้าฉัน
สายตานั้น ฉันสามารถรับรู้ได้เลยว่า พี่คงกลัว
ฉันหวั่นๆ แต่ก็ใจดีสู้เสือ
เพราะ ณ เวลานั้น ไม่มีใครเป็นพวกฉันเลย
ฉันจ้องหน้ามันตอบ
มันเดินมาถามพี่ว่า ฉันเป็นใคร
พี่ไม่ตอบ
ทั้งฉันและผู้หญิงคนนั้นนั่งขนาบข้างกายพี่
จนงานพี่เสร็จ
เราจึงนัดเจรจากันทันที
เพราะตอนนี้ใจฉันร้อนมาก เมื่อเห็นหน้าอีนังผู้หญิงคนนั้น
มันแย่งพี่ไปจากฉันได้แล้วจริงๆหรือนิ

วินาทีสุดท้ายที่ฉันยังมีพี่
เรา3คนนั่งเจรจากันภายในห้องครัว
ต่างคนต่างนั่งเงียบ
ฉันจึงต้องเป็นฝ่ายถามก่อน
ทั้ง ๆที่ฉันยังไม่พร้อมที่จะถาม
แต่เหตุการณ์มันบีบบังคับ
เพราะว่าเวลานั้น ผู้หญิงคนนั้นมันมั่นอกมั่นใจมากมาย
มันคงรู้ว่าพี่จะเลือกมัน
มันถึงนิ่งได้ขนาดนั้น
ก็นั่นละนะ คนเขามันอยู่ใกล้กัน ก็เป็นธรรมดา เขาคงอุ่นใจที่ได้ตัวพี่
คำถามแรกที่ฉันถาม
"ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร"
พี่บอกว่าเป็นใครก็ไม่รู้เหมือนกัน
เยงแต่ว่าเวลาอยู่ด้วยและทำงานด้วยแล้วสบายใจ
"พี่ชอบเขาไหม"
ไม่ชอบและไม่ได้รักด้วย และย็อีกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ
ทีนี้พอถามว่าแล้วฉันล่ะ
พี่บอกว่ายัง"รัก"
คำถามสุดท้ายแล้วทีนี้ "พี่เลือกใคร"
พี่บอกเลือกเขา
แต่ก่อนที่พี่จะบอก น้ำตาพี่ไหล พี่มองหน้าฉัน
น้ำตาพี่ไหล ฉันก็ไม่ไหวแล้ว กลั้นไว้ไม่ไหวแล้ว ปล่อยให้มันไหลอยู่ต่อหน้าทั้งพี่และผู้หยิงคนนั้น (มันคงสะใจผู้หญิงคนนั้นมากมายที่สามารถเอาตัวพี่ไปได้)
พี่บอกว่ายังรักฉันแต่ทำไมถึงเลือกเขา

เบื้องหลังคือสงครามการเมือง
เราสองคนต่างก็ร้องไห้ไม่หยุด
พี่บอกว่าในเมื่อฉันด่าว่าให้ไม่ดีขนาดนั้น พี่ก็คงไม่กล้าเลือกฉันหรอก
และบอกว่าฉันไปผิดเวลา
สารพัดข้ออ้างเลยทีนี้
ฉันขอคุยกะพี่สองคน
ก่อนหน้าหนึ่งวัน พี่ส่งข้อความสั้นๆมาว่า
"สงครามการเมืองที่ต้องอดทน"
ฉันพอจะรู้ว่าเป็นเรื่องสังคมครูที่นั่น เรื่องพี่ต้องรับผิดชอบผู้หญิงคนนั้น
พี่บอกกับฉันอีกว่า ที่พี่ต้องเลือกเขาเพราะว่าเป็นสงครามการเมือง
พี่จำเป็นต้องเลือกเขา เพื่อจะได้เข้าและอยู่กะสังคมนั้นได้
แล้วฉันล่ะ พี่ทิ้งไปง่ายๆแบบนี้เลยหรือ
พี่บอกว่าช่วงนี้เราก็ห่างกันสักพักละกัน
ให้พี่พิสูจน์ตัวเองว่าจริงๆแล้วการที่พี่ไม่มีฉัน พี่จะโหยหาไหม
(แต่ฉันว่าเป็นเพราะว่าพี่เบื่อฉันแล้สมากกว่า พอมีคนใหม่ พี่ก็สะบัดคนเก่าทิ้งทันที เป็นแบบนี้มาหลายคนแล้ว ได้ยินจากปากแฟนเก่าพี่เองเลย)
พี่บอกว่าห้ามไปพูดเรื่องสงครามการเมืองให้ผู้หญิงคนนั้น
พี่บอกว่ายังรักกัน
ฉะนั้นฉันจึงยังไม่สามารถจบเรื่องนี้ได้
เพราะว่าในเมื่อเราสองคนรักกัน แต่พี่ต้องไปเลือกคนนั้นเพราะเรื่องสังคม
ฉันก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน
ฉันอยากเอาพี่ออกจากตรงนั้น
พี่ตัดสินใจลงมาส่งฉันข้างล่าง
มาพักข้างล่างด้วยกัน
ผู้หยิงคนนั้นมาถามตอนที่ฉันกับพี่จะลงมาว่าสรุปแล้วจะเอายังไง
พี่บอกว่ายังไงก็ไม่เหมือนเดิมกะฉันแล้ว
แต่ฉันบอกกับเขาว่าที่พี่เลือกมันเพราะมีอะไรบางอย่าง เป็นสงครามการเมือง
พี่ไม่ได้รักเขา ฉะนั้นฉันไม่สามารถตัดพี่เขาได้หรอก
ผู้หยิงคนนั้นบอกว่าให้ฉันพักบนรร.กับมันก็ได้
มันจะไม่ให้ฉันลงมา
เพราะมันไม่อยากให้พี่ลงมาด้วย
แต่พี่ก็ยืนยันว่าจะลงมาส่งฉัน
และฉันก็พูดชัดเจนตรงนั้นว่า
ฉันจะยังเหมือนเดิมกับพี่
และบอกกับมันว่าช่วงนี้เราคงเจอกันบ่อยขึ้นนะ
และยังไงฉันก็ไม่ปล่อยพี่หรอก ฉันยอมให้พี่มีมันได้
แต่มันบอกว่ามันยอมไม่ได้
มันเป็นเดือดเป็นร้อน
ฉันและพี่ขี่มอไซค์ลงมาที่ตัวอำเภอ

ออกจากเมืองผี
ออกจากเมืองผีตอนค่ำ มันมืดแล้ว ฉันเตรียมเก็บกระเป๋าให้พี่ เอากางเกงขาสั้น เสื้อยืดของพี่ใส่กระเป๋า
พร้อใของใช้ที่จำเป็นต่อหน้าผู้หยิงคนนั้น
มันหน้าบึ้ง (ยัยหน้าอึ่งอ่าง)
เราขับรถคู่กันลงมาตลอดทาง
อากาศเย็นเหลือเกินข้างบนนั้น
นี่ฉันได้ตัวพี่มาแล้ว
แต่ว่าไม่อยากนึกถึงวันพรุ่งนี้เลย
วันที่ฉันต้องจากพี่มาจริงๆ
เรามาพักห้องพักด้วยกัน
พี่บอกว่าเรายังคบกันเมื่อเราอยู่ด้วยกัน
คืนนั้นแหละ ร้องไห้ปล่อยโฮ
แต่พี่ก็เงียบ
ฉันจึงต้องโทหาใครหลายคนที่ฉันสามารถอุ่นใจได้
พี่ยังมาบอกว่าฉันฟ้องผู้ปกครองทำไม?

พี่ยังบอกกะฉันอีกว่า
พี่ยังอยากไปเที่ยวบ้านฉันอีก
เฮ้อ
นี่ฉันเป็นไรไป
เรื่องราวข้างหน้าจะเป็นยังไง
ไม่สามารถรู้ได้เลย
เมือ่ออกจากเมืองผีได้แล้ว
ฉันหลั่งน้ำตาหหลายรอบ
กว่าจะขี่มอไซค์ลงมาได้
ฉันต้องจอดรถเพื่อเอากำลังใจจากเพื่อนที่อยุ่ทางไกล

ฉันอยากจะบอกว่า
ระหว่างลงมาจากอ.ชาติตระการ
ฉันสามารถมองเห็นต้นไม้ และสามารถสัมผัสมันได้
มันช่างวิเศษเหลือเกินหรือว่าฉันสามารถเอาชนะใจตัวเองได้แล้ว
หรือว่ายังแค้นใจอยู่นะ
ต้องเฝ้าดูจิตใจตัวเองต่อไป









วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551

สิ่งที่หัวใจร้องขอมานาน

มิสเตอร์...........
นานแล้วนะที่ไม่มีคำนี้

หลังจากวันนั้นเมื่อสองปีที่ผ่านมา
ก็ไม่มีคำนี้อีกเลย
ทุกความรู้สึกบรจุอยู่ใต้ก้นหัวใจ

วันนี้เทอโทร
ว่าเราไปดูหนังด้วยกัน
เป็นการเจอกันในรอบสองปีกว่า
เป็นการดูหนังครั้งแรกของเรา

เราได้รอบหนังเวลา13.30 น.
ยังมีเวลาเหลืออีกชม.
กินข้าวด้วยกัน
กับข้าวมากมาย
แต่ฉันกลับกินไม่ลง
กินไม่อิ่ม
เทอมองหน้าฉัน
อมยิ้มอยู่ห่างๆ

ดีใจนะที่เทอมาเยือนกัน
ขอบคุนนะที่วันนี้มาสะกิดต่อมน้ำตา
ทำให้หัวใจฉันรุ่มร้อนอีกครั้ง

ความรักที่ฉันมีให้กับเทอยังไม่เคยไปไหนเลย
ยังอยู่ตรงนี้
รอเพียงเวลา ที่เทอจะมาขุดคุ้ย

ระหว่างนั่งรถกลับ
ฉันถามเทอเรื่องลูก+ภรรยา
เทอไม่ตอบ
เทออมยิ้มและบอกว่าฉันไม่ควรถามเรื่องคนอื่น
เปิดเพลงเก่าๆ"หัวใจขอมา" ที่เทอเพิ่งซื้อให้วันนี้
ทำให้น้ำตาไหล

ที่ๆเคยพบเทอ ตรงนั้น
ตรงที่ฉันนั่งอยู่
ตรงนี้
ตรงที่ฉันเคยนั่งข้างเทอ
ที่ๆเคยคุ้นตา
ที่ๆมีเรา

การเจอกันคราวนี้
เป็นการทวงความฝัน
เป็นความฝันที่ฉันมีให้กะเทอมาแสนนาน
แต่ว่ามันคงสิ้นสุดลงพียงแค่ตอนนี้
หลังจากฉันเขียนมันจบลง
ทุกสิ่งทุกอย่าง
จะถูกเก็บอยู่ก้นบึ้งหัวใจ
ตราบนานเท่านาน

และคงไม่มีการมาเยือน
การเจอกกันอีก

ความฝันที่เป็นไปไม่ได้
ความน่าจะเป็นเท่ากับศูนย์

แค่วันนี้ฉันได้เจอเทอ
ได้เห็นรอยยิ้มเทอ
แค่นี้ก็พอใจ
จนถึงบรรทัดนี้แล้ว
แต่เสียงเพลงยังดังก้องอยู่สองหู
"กลับมาคราวนี้ เพราะหัวใจมนขอมา ให้ตามหาความทรงจำ..."
ใจฉันยิ่งรุ่มร้อน ทวีมากขึ้นๆ ทุกที
เมื่อได้ยินถ้อยคำของบทเพลง
วันนี้จึงเป็นวัน
ที่ฉันเฝ้าคิดถึงวันที่ผ่านมาของสองเรา
ฉันนั่งนึกถึงความสดใสที่พอจะจดจำได้
วันนี้ฉันสูดความฝันจนชื่นใจ
เพราะว่าวันเวลามันได้พัดผ่านความฝันไปแสนนาน
แต่ว่าหัวใจฉันยังคอยทวงถามถึงตลอดมา

มันสมควรสับสนไหม
ฉันกำลังดีใจที่ได้พบหน้าเทอ
หรือว่าฉันกำลังเจ็บปวดกับการยอมรับและเห็นว่าเทอไม่ใช่ของฉัน

ได้แต่หวังว่า ฉันจะสามารถผ่านค่ำคืนนี้ไปด้วยดี

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

แร้นมานก็คงไหวตัวทัน สุดท้ายกรุก็ศูนย์

มึนนนนนนนนน says:
...
มึนนนนนนนนน says:
กินข้าวเที่ยงยัะ
มึนนนนนนนนน says:
ทำไมไม่ทักล่ะ
มึนนนนนนนนน says:
เด๋วนี้ไม่ทักทายกันแล้วหรอ
มึนนนนนนนนน says:
คนเราอะเนาะ
มึนนนนนนนนน says:
ทำกันได้ลงคอ
................... .............. says:
เน็ตไม่ดีอ่ะนะ
................... .............. says:
เน็ตไม่ดีจิงๆ
................... .............. says:
ขออภัยจิงๆ
................... .............. says:
ว่างเหรอ
มึนนนนนนนนน says:
ว่างจิ
................... .............. says:
นี่ทามงานให่ ผอ อยผู่
มึนนนนนนนนน says:
ว่างสำหรีบพี่เสมอ
................... .............. says:
ร้องไห้หรือป่าว เมื่อคืน
มึนนนนนนนนน says:
ไม่
มึนนนนนนนนน says:
แต่อยากรู้ว่าพี่เลือกใคร
มึนนนนนนนนน says:
พี่ไม่ควรจับปลาสองมือนะ
มึนนนนนนนนน says:
กุจะไปเครียสามคน
มึนนนนนนนนน says:
เตรียมตัวไว้นะ
มึนนนนนนนนน says:
ระหว่างนี้พี่ก็ตัดสินใจไปนะ
มึนนนนนนนนน says:
มันถึงเวลาแล้ว
มึนนนนนนนนน says:
ที่เราจะจบเรื่องที่มันยาวนานเหลือเกิน
................... .............. says:
ไม่ต ้องขนาดนั้นหรอก
มึนนนนนนนนน says:
ไม่ได้
................... .............. says:
ได้จิ
มึนนนนนนนนน says:
เพราะว่าพี่ไม่พูดให้เครียสักที
มึนนนนนนนนน says:
ถึงเวลาแล้ว
มึนนนนนนนนน says:
ที่พี่ควรจะเลือก
มึนนนนนนนนน says:
เตรียมตัวไว้นะ
มึนนนนนนนนน says:
แค่พี่พูดว่า"เลิก" หรือว่า"เลือก" สั้นๆๆจบ
มึนนนนนนนนน says:
ต่อหน้ากุ๋และนังนั่น

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ภาพบาดตา

ออนกันคืนวันอังคารที่ 29 ก.คง 51
Yarkpabpanfa says:
พี่วิ
Yarkpabpanfa says:
เรื่องมานเศร้านะ
Yarkpabpanfa says:
ปล่อยเอาไว้นาน อาจจะไม่ดี
Yarkpabpanfa says:
# สวัสดี!
Yarkpabpanfa says:
" อุ๊วะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า
................... .............. says:
2
................... .............. says:

Yarkpabpanfa says:
'(h5)(h5)(h5)(h5)(h5)
................... .............. says:
งัย
Yarkpabpanfa says:
พี่
Yarkpabpanfa says:
ฟังเพลงอยู่มะ
................... .............. says:
ไม่อ่ะ
Yarkpabpanfa says:
เด๋วจาให้ฟัง
................... .............. says:
ไม่อ่ะ
Yarkpabpanfa says:
ก่อนเราจะเลิก
................... .............. says:
ไม่อยหา
................... .............. says:
ไม่อยากฟัง
Yarkpabpanfa says:
อืม
Yarkpabpanfa says:
ยังมีคนนั้นนั่งอยู่ข้างๆๆพี่ช่ายมะ
Yarkpabpanfa says:
กื๋อตี้ม้งเราเนี่ย มีเสน่ห์เนาะ
................... .............. says:
ไม่มี
................... .............. says:
ไม่มี
Yarkpabpanfa says:
อยู่ใกล้ใคร ก็มีแต่คนรัก
Yarkpabpanfa says:
อยากให้พี่มีความสุข
Yarkpabpanfa says:
เราออนเอมกันแบบนี้แล้วนึกถึงวันแรกที่เรารู้จักเนาะ
................... .............. says:
จาว่าอารัยก็ว่ามาสิ
................... .............. says:
เร็วๆ ง่วงแล้ว
Yarkpabpanfa says:
ตกลงพี่คบกะเขาหรอ
Yarkpabpanfa says:
ทำไมไม่ตอบกุอะ
Yarkpabpanfa says:
เมื่อกี้นี้
................... .............. says:
ไม่ได้คบ
Yarkpabpanfa says:
http://www.charyen.com/jukebox/play.php?id=9469
Yarkpabpanfa says:
แล้วทำไมไม่ตอบเมื่อกี้นี้
................... .............. says:
และจาไม่ได้ยุ่งอารัยกันแล้ว
Yarkpabpanfa says:
ให้รู้กันทั้งสามคน
................... .............. says:
แต่ก้อโทมาหาเรื่องเอง
Yarkpabpanfa says:
แน่ใจหรอ
Yarkpabpanfa says:
แล้วทำไมเขายังฟังอยู่ข้างๆๆพี่อีกล่ะ ตอนกุคุย
................... .............. says:
เพื่อควาวามสบายใจ
Yarkpabpanfa says:
พี่แคร๋มันหรอ
................... .............. says:
ว่ากู๋จา
................... .............. says:
พูดจิงหรือไม่
Yarkpabpanfa says:
แต่พี่ก็ไม่ตอบกุว่าพี่ไม่ได้คบเขาต่อหน้าเขา
................... .............. says:
จาได้ไม่มีปัยหากันอีก
Yarkpabpanfa says:
แต่สุดท้ายพี่ก็ไม่พูด
................... .............. says:
อื่ม
Yarkpabpanfa says:
ปัญหายังไม่จบ
Yarkpabpanfa says:
เพราะว่าพี่ยังไม่พูด
Yarkpabpanfa says:
เชื่อไหม
Yarkpabpanfa says:
พี่
................... .............. says:
คนอื่นจบหมดแล้ว เหลือก้อคนเดียว
................... .............. says:
เรื่องเลยไม่จบ
Yarkpabpanfa says:
กุยังระแวงมั้ง
Yarkpabpanfa says:
เพราะว่าพี่อยู่ใกล้เขา
................... .............. says:
คุ้ยกันไม่รู้จบสิ้น
Yarkpabpanfa says:
แต่เขาบอกว่าเมื่อกี้พี่ออนเอมกะเขา
Yarkpabpanfa says:
แต่ไม่เห็นออนกะกุอะ
................... .............. says:
คุยกัน 2 คำ
Yarkpabpanfa says:
เหมือนพี่แคร์เขามากกว่า
................... .............. says:
ทามงาน
................... .............. says:
ทาใงาน
Yarkpabpanfa says:
แล้วไมไม่ติดต่อมาบ้างเลยนะ
................... .............. says:
ไม่วางมาคุยเล่น
Yarkpabpanfa says:
เอางี้จิ
................... .............. says:
ยังไม่อยากคุย
Yarkpabpanfa says:
ตอนนี้ใจกุแกร่งขึ้นเยอะละ
................... .............. says:
อยากคุยแล้วจาโท
Yarkpabpanfa says:
อยากให้พี่เลือก
Yarkpabpanfa says:
พี่วิคะ

ก่อนจะมีการออนไลน์กะพี่
กุได้โทรหาพี่
พอดีผู้หยิงคนนั้นเป็นคนรับสาย
เลยถามว่าจริงๆแล้วพวกพี่ชอบกันใช่หรือเปล่า
(นี่กุ ยังแค่ต้องการคำพูดจากสองคนนั้น ที่มันจะทำให้กุเจ็บที่สุด เพื่อกุจะได้ทำใจได้)
แต่ผู้หยิงคนนั้นบอกว่าไม่ตอบ
จนได้คุยกะพี่
กุถาม
แต่พี่ไม่ตอบไรเลย
ยังคงได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นอยู่ข้างๆหูพี่
เพราะเสียงมันชัด
ผู้หยิงคนนั้นก็อยากรู้ว่าพี่จะตอบยังไง
เหตุการณ์มันเหมือนตอนที่พี่มาหากุ
แล้วผู้หยิงคนนั้นโทมา
กุก็จะให้พี่พูด แต่พี่ก็เงียบตลอด

พี่อยู่ใกล้ใคร
ก็จะแคร์คนนั้น
พี่กำลังจับปลาสองมือ
ตอนนี้กุคิดว่าพร้อมแล้วที่จะเลิก
แต่ ยังมีแต่
เพราะว่ายังเหลือภาพและคำพูดที่จะทำให้กุลืมและทำใจยอมถอย
กุต้องจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
ภายในต้นเดือนนี้
กุกะไว้ว่าวันเสาร์นี้กุจะขึ้นไป
เพื่อให้ได้เห็นภาพ ว่าพี่เขาอยู่กะคนนั้น
และกุอยากได้ยินจากปากพี่เขาว่า
พี่เขารักคนอื่นมากกว่า
เมื่อนั้นแหละ กุจึงจะทำใจลืมพี่เขาได้

ตั้งตารอวันที่จะได้เห็นภาพบาดตา
นี่แหละ ถึงจะทำให้คนหัวใจบ้าบอของกุ ลืมพี่ได้

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Zusu Khing: ไนท์

Zusu Khing: ไนท์

สาดดดด

กรุอยากให้เมิงบอกกะกรุ
กรุอยากรู้จากปากเมิง
และอยากเห็นกะตากรุ
แล้วเมื่อไหร่
กรุจึงจารุเรื่องราว
กรุอยากเจอ
กรุจะได้โล่งอกสักที
กรุจะตัดเมิงออกจากชีวิตกรุ แต่ก็ตัดไม่ได้สักที
เมิงควรช่วยกรุนะ
กรุอยากเห็นกะตา
และอยากได้ยินจากปาก
เมิงอย่าทรมานกรุเลยนะ ไอ้เหี้ย
สาดดดดดดดดดด

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เทอ

ฉันกำลังแอบชอบเทอ
ตอนนี้ฉันกะลังออนเอมกะเทอ
เทอจะรู้บ้างไหม
ว่าฉันอยากเห็นหน้าเทอ
เรานัดเจอกันหลังเทอสอบเสด
แต่ตอนนี้ห้าทุ่มกว่า
ฉันอยากเจอเทอเหลือเกิน

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ฝ่ามืออรหันต์ แก้มซ้ายนางพญา

เหตุการณืมันเกิดขึ้นเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ความน่าจะเป็นของการเลิกกัน

เรื่องทั้งหมดที่กรุกะลังผะเชินอยุ่นี้
เพือ่นๆกรุทุกคนต่างลงความเห็นว่า กรุสมควร "เลิก"
มานมีทางออกทางเดียวที่กรุจะสามารถออกจากบ่วงนี้ได้

ช่วงนี้ไม่ว่ากรุจะพูดอะไร
จะคุยเรื่องอะไร
พี่เขาก็บอกว่าน่าเบื่อ
หรือว่าจริงๆแล้วกรุก็ทำตัวให้น่าเบื่อ
หรือว่าหัวใจเราสองคนไม่ตรงกันอย่างที่เพื่อนกรุว่า
ในเมื่อหัวใจไม่ตรงกัน
ก็ต้องหันหลังให้กัน
เราไม่สามารถหันหน้าแล้วมาคุยกันได้เลย
ต่างคนต่างไม่เชื่อใจกัน
แต่ที่แน่ๆกรุไม่เชื่อใจพี่เขามากกว่า
แต่เขาจะบ้างานอย่างเดียว
กรุจะ ไม่สิ กรุต้องเลิก
เจ็บทีเดียว
เจ็บอีกแค่ครั้งเดียว
อยู่ห่างกันขนาดนี้
พี่มีคนอยู่ใกล้กว่าคอยดูแลช่วยงาน
ส่วนงานที่พี่ให้กรุช่วย
หมดอารมณ์ที่จะช่วยแล้ว
มันไม่มีความรู้สึกดีๆที่อยากช่วยเหลือเขาอีกต่อไป
ความน่าจะเป็นที่จะเลิกกับพี่เขาจึงมีมากว่าคบต่อไป

ชิบหาย

กรุได้รับเมล์จากไอ้คนเฮงซวยคนนึง
มานถามว่ากรุแปลกใจไหมที่มันส่งเมล์มาหากรุ
มานบอกอีกว่านึกถึงกรุแล้วรู้สึกหวิวๆยังไงไม่รู้
เนื้อความอีเมล์มานว่าอย่างนี้ "แปลกใจหรือป่าวที่ส่งเมล์ให้ ไม่ต้องการอารัยหรอก นึกถึงก้อแล้วรู้สึกหวิวๆยังงัยไม่รู้ สบายดีนะ ยังงัยเสร์ทิต ถ้าไม่เหนื่อยเกินไปจะไปหาแล้วกัน แล้วาเรื่องที่ร้านช่อ เป็นงัยยบ้างไม่ได้ไม่เป็นรัยนะ เอาเป็นเดียวกุ๋ไปเคลียเองก็ได้ ช่วงนี้กู๋งานเยอะตามเคย และอาจยิ่งกว่าเคยอีกน่ะ เพราะว่ามีงานต้องฝึกเด็กเข้าร่วมแข่งขันวิชาการอีกแล้ว งานช้างอีกเหนื่อยกันอีกแล้ว แล้วเจอกันนะ"
เมื่อเช้ากรุอ่านแล้วมานน่าใจหาย
นี่หรอคนที่รักกันเขาคุยกัน
พี่เขาทำตัวเหินห่างกรุมากขึ้นทุกวัน

ก่อนหน้าที่เขาจะส่งความนี้มา
ศุกร์ที่แล้วกรุตัดสินใจโทรไปหา
หลังจากที่เขาเงียบไปนาน
กรุบอกเลิก
เขาเงียบ ไม่ตอบตกลง
ฉันบอกเขาว่าฉันจะเลิกกับเขาแน่นอน
ขอเวลาฉันสักพัก

กรุอ่านอีเมล์แล้วไม่สบายใจ
ตอนกลางวันกรุเลยโทไปถามให้เครีย
เพราะว่าข้องใจ
พี่เขาบอกว่าไม่มีอะไร
และขอไปทำงาน
เขาบอกว่าแค่นี้ทำไมต้องคิดให้เป็นเรื่องใหญ่ มันน่าเบื่อ
กรุบอก กรุก็เบื่อเหมือนกัน
กรุบอก งั้นก็เลือกสักอย่างซิวะ
แมร่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ชิบหาย
แมร่งมานทำกะกรุได้
เจ็บจิงเลย

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เธอ เธอ และอีกเธอ

ช่วงนี้ สับสน
อะไรหลายอย่างเข้ามาในชีวิต
เธอคนที่มาทำให้ฉันรัก หลง และเจ็บช้ำ
และอีกเธอที่เข้ามาปลอบใจและทำดีกับฉัน
และอีกเธอ คนที่ฉันแค่มองตาก็สั่น หวั่นไหว

ฉันอยากจะคืนดีกับเธอคนแรก แต่ใจมันร้าวไปแล้ว
และความไว้ใจก็ไม่มีอีกต่อไป
พยายามต่อรอยร้าว แต่ความห่างทำให้หมดหนทางที่จะกลับมาดีกันเหมือนเดิม
แต่นั่นละ ยังทำใจยอมรับไม่ได้ กับการต้องเลิก เพราะยังรักเพียงคำเดียว

เธอคนที่สองเข้ามาในรูปแบบคนรู้จัก
เราคุยกันได้แทบทุกเรื่อง
คุยกับเธอแล้วโลกทั้งโลกเหมือนเป็นสีเขียว
(อย่าเพิ่งงง)
โลกใบนี้มีแต่ธรรมชาติ ความสบายตา สบายใจ
เราสองคนท่องไปตามสายลม สายฝน
ท่ามกลางแมกไม้ ภูเขา
เสียงเพลงคลาสสิคเบาๆตลอดเส้นทาง
วันเวลา ทำให้เราสองคนรู้จักกันมากขึ้น
ชอบเพลงแนวเดียวกัน
ชอบธรรมชาติเหมือนกัน
และชอบอะไรอีกหลายๆอย่างเหมือนกัน
แต่แล้ว ฉันก็ทำให้เธอผิดหวัง
ฉันเมาและร้องไห้ต่อหน้าเธอ
เพราะว่าฉันยังเสียใจกับเธอคนแรก
ความรู้สึกดีดีที่เธอมีให้ฉันคงหมดและจบลง

เพียงแค่ได้เห็นแววตาเธอก็ทำให้ใจหวั่นไหว
เธอคนที่สาม คนที่ฉันพยายามห้ามใจ
เราห่างกันสองปี
แต่นั่นมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉัน
แต่ตอนนี้เหมือนเธอจะคิดกับฉันแค่พี่สาว
แต่ฉันแอบชอบเธอตั้งแต่เห็นเธอหนแรก
ล่าสุด เรากินมื้อเย็นด้วยกัน
เธอลอบมองฉัน
ฉันลอบมองเธอ
ต่างคนต่างหลบสายตา
ฉันคิดไปเองหรือเปล่า ว่าเธอก็มองฉัน
แต่นั่นมันไม่ใช่ปัญหาอีกเช่นกัน
หลังมื้อเย็นเราเดินตลาดนัดข้างมอด้วยกัน
ฉันเงยหน้าขึ้น
เจอะกับสายตาเธอที่กำลังมองมาที่ฉัน
ฉันหลบสายตา
เธอหลบสายตา
แต่
เมื่อคืนฉันโทรหาเธอ
เธอกำลังคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง
เขาขอคุยกับฉัน
เขาคิดว่าฉันเป็นอะไรกับเธอหรือเปล่า
เธอบอกว่าเพิ่งรู้จักเขาแค่สามเดือน
แต่เขาบอกว่าเขาเป็นแฟนกับเธอ
แต่เธอยืนยันว่าไม่ใช่
แนไม่ควรสนใจกับเรื่องเขาใช่ไหม
ฉันควรสนใจแค่เรื่องเธอกับฉัน
ฉันอยากกินมื้อเย็นกับเธออีก
ฉันอยากดูแลเธอ
ฉันควรจู่โจมใช่ไหม
หรือฉันควรนิ่งไว้
และถ้าเธอรู้ความจริง
เธอยังจะคุยกับฉันไหม
หัวใจฉันชุ่มฉ่ำขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ ความหวัง การรอคอย ยังอยุ่กับฉัน

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

กะรัก-กะฎาคม

เมื่อวานมีเรื่องราวที่สุดแสนวิเศษเกิดขึ้นกับฉัน
มันช่างเป็นวันที่น่าตื่นเต้นที่สุด
มันหวิวๆในใจ
หัวใจฉันมันพองๆ
เมื่อได้นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ
เมื่อต้องสบตากับเธอ
เหมือนทุกอย่างหยุดหมุน หยุดเดินทาง
เธอจะรับรู้เรื่องราวของฉันบ้างไหม
ฉันพยายามหาเรื่องชวนเธอคุย
และเธอก็แสนน่ารัก
รอยยิ้มเธอ
ทรงผมเธอ
สีผิวเธอ
และทั้งหมดที่เป็นเธอ
เธอลอบมองฉันตอนฉันเผลอ
เธอหลบสายตาเมื่อฉันหันไปเจอ
เราเดินตลาดนัดด้วยกัน
และฉันอยากไปกินข้าวกับเธอทุกวัน
ฉันอยากเดินข้างๆเธอ
ฉันอยากเจอเธอทุกๆวัน
ฉันอยากคุยกับเธอทุกคืนก่อนนอน
เดือนนี้
เป็นเดือนแห่งความรัก
ถึงจะไม่ใช่เดือนกุมภา
ก็ชื่อเดือนมันบอกว่าเป็นเดือนกะรักฯ
ฉันกำลังมีความรัก
ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอรับรู้เรื่องราว
และเธอรักฉัน

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

อึดอัด กดดัน

สองวันแล้วที่กรุปวดหัวข้างซ้าย ปวดหลังและปวดร้าวมาถึงหัวใจ
มันปวดที่หัวใจจริงๆนะคะ
เรื่องราวของกรุและพี่เขาจะดำเนินต่อไปยังไง
ไม่อาจรู้ได้เลย
มันจบไปแล้วหรือว่ายังไม่จบ
แต่เครียดเหลือเกิน
มันเครียดมาก
เครียดมาก โยงไปหลายเรื่อง
เรื่องงาน
เรื่องเศรษฐกิจ
เรื่องอื่นๆ
ประสาทกำลังกัดกินกรุ
สมองจะระเบิดแตกแล้ว
มันอึดอัด
กดดัน