ผู้ติดตาม

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2551

การพบกัน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ฉันขึ้นไปบนบ้านพี่
พี่บอกว่าไม่ว่างลงมารับ
เพราะว่า
ไม่ว่าง
ทางเข้าบ้านพี่ก็ไม่สะดวก แถมยังไม่มีรถประจำทางอีก
ต้องอาศัยรอรถชาวบ้านขึ้นไปเท่านั้น
ไปถึงที่ตลาดนครไทยเวลาเที่ยง
นั่งรอ กว่าจะมีรถวิ่งไปบนหมู่บ้านพี่ก้ปาไป5โมงเย็นแล้ว
นั่งท้ายกระบะกับพี่ๆในหมู่บ้านนั้นอีก4-5 คน
ไปถึงบ้านพี่ก็มืดแล้ว ประมาณ ทุ่มกว่า
น้ำตาไหลเลยเมื่อไปถึงหน้าประตูบ้านพี่
แอบไปปล่อยน้ำตาในห้องน้ำ
พี่ทักเล่นๆว่า
ที่เห็นอยู่เนี่ย "วิญญาณหรือว่าคนเนี่ย"
เช้าวันอาทิตย์
เราไปเก็บผักบนเขา
เก็บผลไม่ป่า
ที่ฉันไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ดูเหมือนฉันจะมีความสุขมาก
ทั้งที่
รู้ว่า
สิ่งที่พี่กำลังทำดีด้วยมันป็นเพียงหน้าที่ของเจ้าบ้านที่พึงทำดีกับแขกผู้มาเยือนเท่านั้น
พี่บอกว่าจะมาส่งฉันที่พิษณุโลก
แต่ว่า
เรื่องมันกลับเปลี่ยนทันที
เมื่อฉันเก็บข้าวของหมด
แต่พี่มาบอกว่าจะไปส่งแค่นครไทย
ฉัน
ใจสลายอีกรอบ
ร้องไห้อีกแล้ว
ทำไมพี่ถึงบอกว่าจะมาส่งฉันที่พิษโลกละ
ฉันอยากให้พี่มีเวลาให้กะฉันบ้างเท่านั้น
นี่ก็ผ่านมาได้2เดือนเต็มแล้วนะ
ที่เราสองคนห่างเหินกัน
และแล้วฉันก็ตัดสินใจไม่ลงมาในวันนั้น
ฉันลงมาเมื่อวาน
วันจันทร์
ฉันต้องลางานอะจิ
เพียงเพราะอยากจะอยู่ใกล้ๆพี่
ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะว่าวันนี้ พี่เขาต้องกลับไปเจอคนอื่น
แนไม่อยากให้พี่ขึ้นไปบนโรงเรียนนั้นเลย
มันเป็นโรงเรียนสยองขวัญ
น่ากลัวมากในความรู้สึกของฉัน
เพราะว่าตั้งแต่วันแรกที่พี่ไป
โลกของฉันก็ถูกปิดลง ไม่เคยมีหนทางที่ฉันจะได้ตัวพี่กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย
ฉันเครียดมาตลอดจนวินาทีสุดท้าย คือพี่เลือกคนนั้นและเพียงเพราะว่าฉันไปด่าพี่ด้วยคำหยาบคาย
สุดท้ายฉันกลายเป็นคนผิด
และพี่ก็เอาไปบอกคนอื่นว่าฉันเป็นฝ่ายผิด
เรื่องราวที่เกิดขึ้น2-3วันนี้มันก็เกือบจะดีแล้ว
แต่ว่าวินาทีสุดท้าย
ตอนพี่ลงมาส่งที่นครไทยเมื่อวานตอนเที่ยง
มันก็เกิดเรื่องที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาอีกแล้ว
ฉันทำไปได้ไง....
(แล้วจามาเขียนต่อนะคะ)


วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2551

พี่กั่วลิหวนกลับมา

ว้าวุ่นหัวใจจังเลย


อยู่ๆ


ก็อยากเจอเทอ


แต่เทอไม่อยากเจอ


อยากไปเจอ


แต่กลัวทำหน้าไม่ถูก


ยังอยากได้ตัวเทอคืนมา


ยังเสียดายเทอมากมาย


แต่ดูเหมือนเทอจะรำคาญฉัน



เทอบอกเมื่อวานนี้ว่า


ฉันเป็นคนผิด


เป็นเพราะฉันปากหนัก ว่าเทอแรงเกินไป


เทอจึงไม่อยากเจอฉันอีกต่อไ


สองวันนี้


ร้องไห้ตลอด


เวลาคุยกะเทอ



ตอนนี้ฉันทำไรก็ผิดไปหมด


มันผิดจังหวะ


ไม่สามารถปรับให้เข้ากับเทอได้เลย


ไม่ว่าฉันจะพูดยังไงก็ไม่เข้าหูเทอเลย



พี่คะ


เรายังมีโอกาสมาเป็นเหมือนเดิมไหม


ฉันยังรอวันนั้นอยุ่นะ


รออยุ่ตรงนี้




ผ่านมาแล้วสองเดือน


ที่เราสองคนไม่ได้ติดต่อ


ไม่ได้เจอกัน




ฉันได้อยู่กับตัวเอง


ได้คิดไตร่ตรอง




สรุป คือ


ฉันอยู่โดยไม่มีเทอ ไม่ได้เลย

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Closer

เป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองอีกครั้งวันเวลาได้หมุนกลับมาที่เดิม
ได้มานั่งไตร่ตรองหัวใจอีกครั้ง
คิดหลายแง่มุม
เกี่ยวกับความต้องการที่ใจฝันหามานาน
สิ่งที่ใจต้องการมันอยู่ข้างใน
ลึกจนแทบขุดคุ้ยไม่เจอ
หลายเรื่องผ่านเข้ามาในชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน
เพื่อนร่วมงาน
หัวหน้าที่ทำงาน
เรื่องการย้ายหอ
เรื่องการสอบเข้าทำงานที่ใจชอบ
การสอบไม่ผ่าน
การสอบผ่าน
การโดนหัวหน้าดุ
การไม่ชอบขี้หน้าหัวหน้า
ไม่สนุกกับงาน
หลายสิ่งหลายอย่าง
บอกให้ว่า ฉันควรจัดการอะไรกับตัวเองแล้ว
แต่แล้วก็ยังไม่สามรถจัดการมันได้
ปิดตาลง
วันนี้หลับสบาย
แต่วันพรุ่งนี้
ไม่อาจรุ้ได้เลย ว่าจะหลับตาลงได้ไหม
เมื่อคืนฉันยังหลับสบายดีอยู่เลย
เพียงแค่ได้ดุหนังเรื่องเก่าๆ
เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก
เมื่อครั้งที่กำลังแอบปลื้มเทอ
เทอผู้ใจเป็นนักเลง
เทอคนที่ใจตื่นเต้นยิ่งนักเมื่อได้อยู่ใกล้
บทเพลงประกอบหนังดังขึ้น
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ
ทำให้ฉันอดคิดถึงเทอไม่ได้
ก็ตอนที่เรารักกัน
มันช่างน่าตื่นเต้นนัก
นักเลงกับคุณหนู ผูที่ไม่เคยมอบหัวใจให้ใครๆ
นักเลงที่ใช้หัวใจเปลือง
ผู้หญิงที่มีใจรักเดียว อุดมการณ์สูงส่ง จะมอบรักให้กับชายเพียงคนเดียวตลอดทั้งชีวิต
ชายมาเฟียที่มีความลับมากมายในหน้าที่การงาน
ผู้หยิงผู้ที่เก็บความลับของชายมาเฟียมาตลอด
ผู้หญิง คนที่ห่วง และกลัวกับการพรากจากของชายมาเฟีย
จนไม่สามารถแสดงความรักออกมาทั้งหมดให้กับเทอ คนเดียวที่ใจรัก รักมากที่สุด
ฉันทำให้เจ็บปวดมากมาย
ฉันปฏิเสธเทอ
เทอทำให้ฉันเจ็บ
ฉันทำเทอเจ็บ
ต่างคนต่างร้องไห้
ความเจ็บปวด
เพราะความกลัวในตัวฉัน
ฉันไม่มั่นใจในตัวเทอ
ทั้งที่ใจวิ่งเข้าหาเทอตลอดเวลา
ฉันรักเทอ
บทเพลงจบลง
น้ำตาฉันไหล
ยอดนักเลงผู้เป็นที่รักของง "ข้า"
ผ่านไป5 ปี
หัวใจนี้
ยังเป็นดวงเดิม
"หัวใจนักเลง"
อยู่เพื่อได้เจอเทอในสักวัน
และแล้วฉันก็ได้เจอเทออีกครั้ง
เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา
ใจยังตื่นเต้นเหมือนทุกครั้งที่เคยเจอ
เทอยังเหมือนเดิมทุกอย่าง
มีอยู่อย่างเดียวที่ไม่เหมือน
คือการวางตัว
ในฐานะที่เราเป็นเพียงคนเคยรักกัน
เคยคบกันเท่านั้น
มือเรียววยาว
ลักยิ้มบนมุมปากขวาเทอ
ริมฝีปากบางของเทอ
จมุกโด่งตรงนั้น
แก้มสองข้าง
เส้นผมตรงท้ายทอยที่ฉันเคยสัมผัส
ลำตัวรอบเอว
ทุกอย่างของเทอถูกปิด
ถูกปิดด้วยความรู้สึกของเทอ
และฉัน
ฉันไม่สามารถแตะต้องตัวเทอได้
ฉันคงได้แต่นอนนึกถึงภาพเราสองคนอยู่ด้วยกัน
โดยที่ไม่สามารถแตะต้องตัวได้
มันเป็นเหมือนในความฝัน
ที่ดูเหมือนทุกอย่างจะลงที่ตัวฉันแต่เพียงคนเดียว
ทั้งที่มีผู้คนมากมาย
แต่ว่าทุกอย่างกระหน่ำรุมทำร้ายฉัน
ฉันอยากให้เป็นเพียงแค่ความฝัน
ที่ตื่นมาแล้วสามารถแตะต้องเทอได้
ฉันอยากเป็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆเทอ
อยากดูแลเทอ
อีกสักครั้ง
หากเป็นไปได้
ฉันจะไม่ยอมปล่อยเทอไปไหนอีกเลย
มิสเตอร์..
ฉันรักเทอมากมายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองอีกครั้งวันเวลาได้หมุนกลับมาที่เดิม

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551

Crush

วันนี้เสิร์ชหาเพลงฮิตติดชาร์ท
เพลงนี้เคยติดชาร์ทอันดับที่2 มาเมื่อเร็วๆนี้เอง
วันนี้เปิดฟังหลายรอบเลย
มันเพราะและทำนองจังหวะ ก็ให้อารมณ์มากเลย
อย่าเข้าใจผิดนะ
คือมันบิ้วอารมณ์ให้นึกถึงเทอน่ะ มันเศร้าๆ มันรู้สึกน่าใจหายที่เทอจะจากไปไกลแล้ว
เพราะว่ามันเป็นช่วงเทศกาลปิดเทอม
เทอก็ต้องกลับบ้าน
มันจะทำให้เราต้องห่างไกลกัน

เทอจะคิดยังไงกับฉันบ้างนะ
จนถึงวันนี้เทอก็ยังไม่ยอมคุยกับฉัน
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่เข้าใจเลย
ทำไมๆๆ
ทำไมเทอถึงไม่สนใจฉันเลย


"Do you catch a breath when I look at you?Are you holding back like the way I do?‘Cause I’m trying and trying to walk awayBut I know this crush ain’t goin’ away-ay-ay-ay-ayyGoin’ away-ay-ay-ay-ayy"


(ใครสนใจฟังเพลงนี้ก็คลิกได้นะคะ เพราะมากมาย http://www.araiwaa.com/archives/699 )

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551

อยากไปเที่ยวดอย

วันหยุดนี้อยากขึ้นไปบนบ้านพี่สาวจังเลย
อยากไปเจอกับหมู่เพื่อนๆ
ต้นไม้ ภูเขา หมอก สายฝน สายลม
พวกเขายังรอที่จะเจอฉันอยู่ไหมน้า
แต่ฉันอยากจะเจอพวกเขา
แต่ติดตรงที่ว่า ฉันไม่อยากลางานวันจันทร์หน้านี้ จึงตัดสินใจไม่ไป
ถ้าตอนนี้ฉันไป ยังจะทันไหมน้า
ฉันอยากไปจัง
อากาศที่นั่นคงจะดีมากเลย
อยากไปสัมผัส
แต่ว่าเสื้อผ้าเต็มตะกร้าเลย ยังมะได้ซัก
นี้แหละเป็นปัญหาใหญ่ที่ฉันไม่ได้ไปที่ดอยขุนสถาน
ดินแดนอันไกลพ้น ดินแดนแห่งความบริสุทธิ์ สดใส
ฉันกำลังคิดอยู่ว่าฉันอาจจะขึ้นไปในเร็วๆวันนี้
ฉันอยากไปสูดอากาศที่นั่นให้เต็มปอด
ฉันคิดถึงเพื่อนๆที่นั่น
แล้วฉันจะขึ้นไปแน่นอน ขุนสถาน รอฉันก่อนนะ

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2551

Singularity : ภาวะเอกฐาน

สภาพฉันตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับซากศพ
ไม่ใช่สิ
ฉันเป็นเหมือนจุด (พินทุ) เป็นจุดที่เป็นเพียงจุดเดียว
เป็นหน่วยที่ไม่สามารถแยกได้อีก
เป็นหน่วย สิ่งมีชีวิตที่เล็กที่สุด เท่ากับจุด (.)เท่านั้น
เป็นช่วงชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียว เป็นเอกฐาน
ไม่สามารถแยกหัวใจดวงน้อยๆดวงนี้ไปไหนได้อีก
ทุกสิ่งสรรพในตัวฉันเป็นของฉัน
ทั้งหมดทั้งมวล ไม่ใช่ของใคร
ไม่หวังให้ใครๆมาดูแล
ไม่ขอฝากให้ใครๆอีกต่อๆป
การแบ่งแยกตัวตนที่ผ่านมา
ส่งผลเสียต่อจิตใจของฉันมากมาย

ฉันเกือบจะหายไปจากหน้ากระดาษนี้
จุด(.)เล็กๆ เกือบถูกลบไปจากแผ่นกระดาษผืนนี้

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551

ลบเบอร์แล้ว

ตอนนี้ฉันไม่มีเบอร์เทอแล้วนะ
ไม่อยากโทไปรบกวนเทอ
ไม่อยากเสียความรู้สึก เวลาโทไปแล้วเทอไม่รับสาย
ไม่มีอีกแล้ว
หยุดทุกอย่าง

มืดแปดทิศ

ตอนนี้งานก็ไม่ราบรื่น
เรื่องรักก็แสนเศร้า
เรื่องเงินก็มีปัญหา
มันเป็นบ้านอะไรวะเนี่ย
นี่ฉันจะซวยไปถึงวันไห น

หวังว่าความซวยเหล่านี้
จะผ่านพ้นไปในเร็ววันนะ

จะยังไงก็ช่างความรักอยู่รอบๆตัวฉันตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นความรักจากตัวเอง
จากที่คอยเป็นห่วงอยู่ที่บ้าน
ฉันยังมีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้วันโหดร้ายนี้
ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าเราพยายาม
ช่ายไหม



Love is all Around

I feel it in my fingers,
I feel it in my toes Love is all around me and so the feeling grows
It's written on the wind, it's everywhere I go
So if you really love me, come on and let it show
You know I love you I always will
My mind's made up by the way that I feel There's no beginning, there'll be no end
'Cause on my love you can depend
I see your face before me, as I lay on my bed
I kinda get to thinking of all the things we said
You gave a promise to me, and I gave mine to you
I need someone beside me in everything I do
You know I love you I always will
My mind's made up by the way that
I feel There's no beginning, there'll be no end
'Cause on my love you can depend It's written on the wind, it's everywhere I go So if you really love me, come on and let it show Come on and let it show

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2551

หลอน

เบื่อแล้วก็มาทิ้งกันได้ง่ายดาย

วันก่อนพี่ออนมาบอกว่าคิดถึง
พอตกกลางคืนพี่ก็โทมาถามไถ่ทุกข์สุข
ไงก็ขอบคุณสำหรับความห่วงใยที่พี่มีให้นะ
แต่ว่านึกถึงพี่ไร
หลอนทุกที
มันน่ากลัวมากๆๆ
กับสถานที่ตรงนั้น
ตรงที่พี่อยู่กะคนอื่น
สยองเหลือเกิน
ชาตินี้คงไม่มีฉันยืนอยู่ตรงนั้นอีก

ลบเบอร์ดีไหม

ตั้งแต่วันนั้น วันที่เราไปกินข้าวด้วยกัน
ฉันก็ว่าจะลบเบอร์เทอทิ้งเสีย เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องโทหาเทออีก
เพราะฉันเกรงว่าจะเป็นการรบกวนเทอ
เทอบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับฉัน นอกจาก"พี่สาว"
ช่วงหลังนี้ฉันได้โทไปหาเทออีกหลายครั้ง
แต่ก็ไม่มีการรับสายใดๆ
สองวันแล้วที่หักห้ามใจไม่ให้โทไปหาเทอ
แต่ก็ต้องจมจ่อมอยู่กับความผิดหวัง

ที่เทอก็รู้

จนวันนี้ วันที่ว่างๆ และเหงาๆบวกกับความกังวลใจที่จะสอบในวันพรุ่งนี้
ฉันอยากคุยกับเทอสักคำสองคำก็ยังดี
ฉันโทหาเทอตอนพักกลางวัน
เพราะคิดว่าเทอคงจะว่างจากเรียนแล้ว
แต่ก็ไม่มีการรับสายใดๆ
ฉันคงหมดหวังแล้ว
เทอไม่รับสายฉันอีกแล้ว
เป็นเพราะว่าเทอไม่มีไรจะคุยกะฉันอย่างที่เทอเคยบอกกัน
แต่ว่าเมื่อตอน18.59น. (เลขสวยมะ) เทอได้โทมาหาฉันถึง2สาย
แต่ว่าพอดีโทสับมันแบตหมด
เลยไม่ได้คุยกะเทอ
แต่ฉันพอจะเดาออกว่าเทอจะพูดประโยคไหน
"พี่โทมาหาผม มีไรป่าวคับ"
ทุกครั้งที่เทอโทมามักจะขึ้นต้นด้วยประโยคนี้เสมอ

ตอนนี้ฉันอยากคุยกะเทอ
แต่ว่ามือถือฉัน แบตมันหมด
ตอนนี้ฉันนั่งพิมบทความนี้อยูที่ร้านไอเดีย
ฉันอยากรู้จังว่าเทอโทมาหาฉันเพราะเรื่องอะไร
ถ้าหากเป็นเรื่องที่เทอนัดฉันไปเดินเล่นคงจะดีไม่เบา
ฉันหวังให้เป็นอย่างนั้น
ต่อไปนี้ฉันจะไม่พยายามลบเบอร์โทเทอทิ้งแล้วละ
ฉันจะเก็บเทอไว้ในส่วนลึกๆ
ขอบคุณที่โลกหมุนรอบทำให้ฉันได้มาพบเจอเทอ
ทั้งๆที่เราเคยอยู่ใกล้กัน แต่ก็ไม่เคยเจอกัน
จนในที่สุดเราก็ได้มาพบเจอกัน ณ แดนไกล พ้นขอบฟ้า
เมื่อสิ้นสุดปีการศึกษานี้แล้ว
ก็จะเหลือเวลาอีกแค่ปีเดียว
ที่เราจะได้อยุ่ด้วยกันที่นี่
ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้เจอหน้าเทอทุกวัน
แต่ก็แอบอุ่นหัวใจ
ว่าเทออยู่ใกล้ๆ
เวลาเดินตามตลาด
ตามงานต่างๆในมอ
ฉันยังแอบลุ้นว่าจะได้เจอเทอตามงาน
ฉันเห็นคนใส่เสื้อชอปวิดวะ
ฉันอยากให้เป็นเทอ
ฉันเห็นคนตัดผมทรงเดียวกะเทอ ฉันหวังให้เป็นเทอ
ฉันเห็นคนขี่ดรีม ฉันอยากให้เป็นเทอ
ฉันอยากเจอเทอในทุกๆวัน
ฉันอยากเหนรอยยิ้มเทอ
ฉันจะรอวันได้พบเจอเทออีก
ฉันคิดถึงเทอ

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2551

วันที่เครียดๆ

หลายวันนี้มีแต่เรื่องเครียดๆเข้ามาในชีวิต
ทั้งเรื่องการงาน
เรื่องเทอ
เครียดจนปวดหลังอีกแล้ว
ปวดร้าวที่แผ่นหลัง
ไม่รู้ว่ามันจะหายเมื่อไหร่
รุแค่ว่า
เมื่อไหร่ฉันถึงจะออกจากตรงนี้ได้สักที
รอวัน

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551

รอต่อไป

สาเหตุที่ฉันยังต้องรอพี่ต่อไป
1. ฉันจะรอพี่ต่อไปอีก 10 ปี (ปี2552-2562)
2. ช่วงนี้ฉันควรปล่อยให้เจ้าผีเสื้อน้อยผู้น่ารัก ได้โผบินไปตามหาตัวเอง ฉันจะไม่คอยวิ่งไล่จับอีกแล้ว ฉันจะไม่สร้างความกดดันให้กับพี่อีก เพราะการที่ฉันวุ่นวายกับชีวิตพี่มากเกินไป มันยิ่งทำให้พี่หนีไปไกลจากฉันมากขึ้นทุกที
3. ฉันจะรอจนกว่า สักวันหนึ่ง พี่จะกลับคืนมา เพราะว่าฉันรักพี่
4. แม้คำตอบของการรอจะเป็นเช่นใด แต่ฉันก็ยังอยากพิสูจน์จิตใจตัวเองเหมือนกัน ว่าแท้จริงแล้วฉันน่ะ รักพี่มากมายแค่ไหน
5. เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป้นเพราะอารมณ์ และเกมการเมืองเท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้ว เราสองคนต่างรู้สึกดีๆกันมากมาย
6. ฉันยอมให้พี่มีคนอื่นด้วยได้ ขอแค่พี่มีความสุข ฉันยอมได้ แต่จำเอาไว้ว่า ยังไงฉันก็ยังรอพี่เป็นคนนิสัยดี จึงไม่แปลกเลยที่จะมีคนอื่นมาชอบ มารัก อันนี้ฉันทำความเข้าใจใหม่แล้ว
7. ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีค่า แต่ว่าเป็นเพราะว่าฉันวู่วามเกินไป ไม่เชื่อฟังพี่ จึงถูกพี่ทำร้ายน้ำใจไปมากมาย ความรู้สึกมันอาจดุแย่ แต่ว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพราะว่าแนรักพี่ แต่ว่าต่อจากนี้ไป ฉันจะได้เรียนรู้ใจตัวเองมากขึ้น ว่าจริงๆแล้วเราสองคนต้องใช้เหตุผลมากกว่านี้
8. ฉันว่าให้พี่แรงเกินไป แต่นั่นเป็นเพราะความโกรธ ที่พี่อยู่ใกล้คนอื่น และไม่ให้ความสำคัญกับฉัน แนสำคัญตัวเองมากเกินไป ซึ่งแท้จริงแล้ว ทุกคนต่างก็มีค่าเท่ากัน แต่บางเวลาฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าฉันเป็นที่หนึ่งของพี่
9. ช่วงนี้ฉันจะพยายามไม่โทหาพี่นะ เพราะแนรู้ว่าถ้าพี่พร้อมที่จะคุยกับฉันเมื่อไหร่ พี่ก็คงจะโทมาเอง
10. เป็นห่วงพี่ตลอด

โตะหินอ่อน ใต้ตึกเกษตร

เมื่อวานตอนเย็นขี่มอไซค่ไปวิ่ง
ผ่านข้างตึกเกษตรผ่านโตะหินอ่อนตัวนั้น
ตัวที่พี่กะกู๋นั่งต่างคนต่างเริ่มทำความรู้จักกัน
พี่ถามว่าแผลที่คอกู๋เป็นไรหรอกู๋เขิน อายจนต้องขอตัวไปห้องน้ำพี่ก็เป็นคนตรงๆเหมือนกันนะบางคำถาม กู่แทบจะตอบไม่ได้ในทันทีเลยต้องไปทำใจในห้องน้ำก่อน เพราะว่า ณ เวลานั้น อาย และเขินตัวเอง
ท่านั่งของพี่ อยู่ในท่าเหยียดขายาว ขึ้นพาดบนม้านั่งอีกตัวนึงสายตาหวานค่นั้นกู๋ยังจำได้ดีลักยิ้มตรงมุมขวา ส่องประกายมาเป็นระยะๆกู๋อยากจะไปนั่งตรงโต๊ะตัวนั้นแต่ว่ากลัวเหลือเกินกลัวว่าจะคิดถึงพี่จนมากเกินไปเลยผ่านไปวิ่งและไปตีแบตกับเพื่อนๆขากลับถนนสายนั้นข้างตึกเกษตร
ถนนสายที่พี่ต้องจูงรถมอไซค์และบอกกะกู๋ว่า พี่อยากอยู่กะกู่นานๆเลยไม่อยากขับมอไซค์พี่จูงมอไซค์อย่างมีความสุขกู๋ก็สุขไม่แพ้กันจูงจนถึงหน้าหอพักกู๋แล้วพี่ก็ส่งยิ้มมาก่อนที่พี่จะลาจากไป
ตอนนี้ ก้อเป็นยังไงบ้างน้ากู่อยากเจอก้อมากมายเหลือเกิน
รอก้ออยู่นะ
มาหากัน
เรายังเป็นคนเดิมของกันและกันใช่ไหม
อย่าโกรธกู่นานไปกว่านี้เลยรู้ นะว่าก้อไม่ชอบที่กู่ไปหาก้อถึงข้างบนนั้น
ก้อคงโกรธและเกลียดกู๋มากกู๋ขอโทษ ก้อให้อภัยกู๋เถอะนะเรารักกันไม่ใช่หรออย่าโกรธกู๋นานเลย
มายเบบี้
คิดถึง

จับมือกันไว้ แล้วไปด้วยกัน

ฉันหนาวเหลือเกิน
พี่จับมือของฉันไว้
ฉันพยายามซุกมือของฉันไว้รอบตัวพี่
พี่ช่างอุ่นเหลือเกินเราเดินทางกันเป็นคณะใหญ่มีทั้งเพื่อนร่วมงานที่นี่ ญาติๆที่บ้านฉันและพี่เราสองคนเดินไปด้วยกันจับมือกัน มันช่างดีแสนดีพี่คอยดูฉัน ฉันคอยยิ้มให้พี่ตลอดทางระหว่างทาง ที่พักกัน พี่โอบกอดฉันไว้ในอ้อมแขน มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน เมื่อเรามาถึงที่หมายต่างแยกย้ายกันเข้าพักฉันและพี่พักห้องเดียวกันฉันอยากกอดพี่เหลือเกิน ฉันโหยหาพี่
ฉันมีความสุขจิงเลย ที่ได้อยู่กับพี่
แล้วเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งก็ชวนให้ฉันไปที่ไหนสักแห่งเหมือนไปอีกที่นึงแต่เป็นที่ๆน่ากลัวฉันอยากกลับไปหาพี่ทันทีและฉันก็รีบเดินกลับมาหาพี่ที่ห้องทันทีฉันอยากเจอพี่เท่านั้น แต่....พอมาถึงหน้าห้องฉันต้องสะดุ้งตื่น นี่ฉันแค่ฝันไปฉันไม่ได้อยู่กับพี่พี่ไม่ได้มาหาฉันหรอเนี่ย แต่ว่ารอยสัมผัส อุ่นไอร้อนในฝันเมื่อกี้ ฉันยังจำได้และยังสัมผัสได้ เหมือนฉันเพิ่งได้รับอ้อมกอดจากพี่ไปเมื่อกี้นี้เองฉันหลับตั้งแต่เย็น18.00สะดุ้งตื่นอีกทีก็สามทุ่มครึ่ง หลายวันนี้ฉันฝันว่าพี่มาหาฉัน และอยู่กับฉันบ่อยเหลือเกินพี่คะพี่จะฝันถึงฉันบ้างไหม

โต๊ะหินอ่อนตึกเกษตร

เมื่อวานตอนเย็นขี่มอไซค่ไปวิ่ง ผ่านข้างตึกเกษตรผ่านโตะหินอ่อนตัวนั้นตัวที่พี่กะกู๋นั่งต่างคนต่างเริ่มทำความรู้จักกันพี่ถามว่าแผลที่คอกู๋เป็นไรหรอกู๋เขิน อายจนต้องขอตัวไปห้องน้ำพี่ก็เป็นคนตรงๆเหมือนกันนะบางคำถาม กู่แทบจะตอบไม่ได้ในทันทีเลยต้องไปทำใจในห้องน้ำก่อน เพราะว่า ณ เวลานั้น ทั้งอาย และเขินตัวเอง

ท่านั่งของพี่ อยู่ในท่าเหยียดขายาว ขึ้นพาดบนม้านั่งอีกตัวนึงสายตาหวานค่นั้นกู๋ยังจำได้ดีลักยิ้มตรงมุมขวา ส่องประกายมาเป็นระยะๆ

เวลานี้ กู๋อยากจะไปนั่งตรงโต๊ะตัวนั้นแต่ว่ากลัวเหลือเกินกลัวว่าจะคิดถึงพี่จนมากเกินไป

เลยผ่านไปวิ่งและไปตีแบตกับเพื่อนๆขากลับ ถนนสายนั้นข้างตึกเกษตรถนนสายที่พี่ต้องจูงรถมอไซค์และบอกกะกู๋ว่า พี่อยากอยู่กะกู่นานๆเลยไม่อยากขับมอไซค์พี่จูงมอไซค์อย่างมีความสุขกู๋ก็สุขไม่แพ้กันจูงจนถึงหน้าหอพักกู๋แล้วพี่ก็ส่งยิ้มมาก่อนที่พี่จะลาจากไป

ตอนนี้ ก้อเป็นยังไงบ้างน้ากู่ อยากเจอก้อมากมายเหลือเกิน รอก้ออยู่นะ มาหากันเรายังเป็นคนเดิมของกันและกันใช่ไหม อย่าโกรธกู่นานไปกว่านี้เลยรู้นะว่าก้อไม่ชอบที่กู่ไปหาก้อถึงข้างบนนั้นก้อคงโกรธและเกลียดกู๋มากกู๋ขอโทษ ก้อให้อภัยกู๋เถอะนะเรารักกันไม่ใช่หรออย่าโกรธกู๋นานเลย

มายเบบี้

คิดถึง

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ฮาราคีรี

_อยากจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้จริงเลย
ใช้มีดแทงเข้าไปที่ท้องด้านซ้าย
ถ้ายังไม่ตาย ให้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายชักมีดมาทางด้านขวาของช่องท้อง
และถ้ายังไม่ตายก็จะชักมีดขึ้นด้านบานช่องท้อง
หรือไม่ก็คือ แทงมีดเข้าไปแล้ววาดให้เป็นตัวเลข 1
การตายแบบนี้
มันคงทรมานน่าดู
ศพอาจไม่ค่อยสวย
แต่เชื่อสิ ว่าทุกคนจะต้องจำฉันได้แน่นอน
ฉันไม่อยากตายแบบวิธีธรรมดา
ฉันอยากตายด้วยวิธีฮาราคีรี

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551

"The Lerk"

สิงห์นักบิดเข้าสิง
ทนเก็บความรู้สึกคับข้องใจไว้ไม่ไหวแล้ว ก็เรื่องมันเกิดขึ้นบ่อยมาก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มาครั้งนี้ พี่ก็ยังไม่เครียอีก
แถมยังเงียบอีก
ฉันจึงบอกเลิกๆๆพี่ไป
เหตุผลก็คือพี่โกหก หลอกฉัน
พี่บอกกับคนทางนั้นว่าพี่ไม่ได้ชอบฉัน แต่ฉันน่ะ ไปชอบพี่อยู่ฝ่ายเดียว
เจ็บใจนักที่พี่มาจับปลาสองมือไว้แบบนี้
ตอนบ่ายวันศุกร์ที่15ส.ค.51 เลยด่าพี่ไปทางเอ็ม
"สารเลว ไอ้ชาติชั่ว ชาติหมา ไอ้คนเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว ทำตัวอย่างกะพวกผู้ชายขายตัว สำส่อนไม่เลือกที่
ครูแบบนี้ลาออกแล้วไปขายบริการยังจะดีกว่าอีก แบบอย่างเลวๆแบบนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นครูไทยหรอก
แมร่ง ไอ้บัดซบ ไอ้เหี้ย ฯลฯ "
ตอนที่ฉันด่าพี่แบบนี้ไป
พี่ก็บอกว่าพี่มีเรื่องดีๆหลายเรื่องเลยที่อยากจะคุยด้วย
แต่พอมาเจอคำด่าของฉันพี่เลยจอดดดด
พี่คงไม่เคยคิดว่าฉันน่ะแค้นพี่มากแค่ไหน
ฉันสามารถฆ่าพี่ได้เลยนะเนี่ย ถ้ามีอาวุธนะ
มันแค้นใจนัก ที่พี่อยู่บนนั้นกะคนนั้นและไม่สนใจกันเลย
พี่เบื่อแล้วก็มาทิ้งกันง่ายๆๆแบบนี้ไม่ได้หรอก..
เพราะฉะนั้น
เช้าวันเสาร์ที่ 16 ส.ค.51 ฉันก็ควบมอไซค์ บิดขึ้นไปรร.พี่ทันที
เพราะว่าฉันอยากจะคุย อยากจะเจอพี่ คุยให้รู้เรื่อง
แต่พี่บอกว่าติดงานเรื่องเตรียมงานสัปดาวิทย์
พี่บอกอีกว่าอย่าเพิ่งขึ้นไปตอนนี้เลย เพราะว่าผอ.จับตามองอยู่ เด๋วเรื่องมันจะไปกันใหญ่
พอเจอห้ามแบบนี้ ใจก็ไม่นิ่งแล้วววว
ต้องลุย
บิดมอไซค์ ไป ระยะทางประมาณ150 กม. (เป็นลูกรัง 50 กม.)
บิดด้วยความเร็ว 80-110 กม./ชม. สลับกันตลอดเวลา
ก็ใจฉันมันร้อนรน อยากจะเจอหน้าไอ้คนโกหก อยากจะไปให้เห็นว่าพวกพี่สองคน "รักกัน"
ฉันอยากเห็น อยากรู้ เพื่อที่ฉันจะได้สามารถเอาชนะใจตัวเองได้ ฉันจะได้ไม่เครียดมากเรื่องพี่อีก

เข้าเมืองผี
เมื่อเข้าสู่ตัวอ.นครไทย ใจก็เริ่มหวั่น ทำไมมันน่ากลัวแบบนี้
แต่นั่นละ ฉันก็ยังรู้สึกตัวอยู่ ฉันมีจุดหมายคือไปยังเมืองผี
เข้าสู่ตัวอ.ชาตริตระการ แวะกินข้าว พักเหนื่อย เป็นการเดินทางที่เหนื่อย และน่ากลัวเหลือเกิน เพราะสิ่งที่ฉันกำลังจะได้รับรู้ นั่นคอการสูญเสีย
พอถึงทางแยกขึ้นหมู่บ้านน้ำจวง (บ้านน้ำตอน) ฝนตกลงมา หนักมาก ทางแยกนั้นเป็นทางลูกรัง
ฉันใส่เสื้อกันฝน และฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนั้นต่อไป โดยไม่หยุดหย่อน
สองข้างทางเต็มไปด้วยไม่ป่ามากมากมาย แต่ฉันไม่สามารถมองเห็นและสัมผัสธรรมชาติเหล่านั้นได้เลย
เพราะว่าจิตใจฉันร้อนรุ่ม ทั้งที่ต้นไม้และทิวเขาพวกนั้นเป็นสิ่งที่ฉันชื่นชอบยิ่งนัก แต่ ณ เวลานั้นแล้ว
ใจมันจดจ่ออยู่ตรงนั้น คำถามนั้น
ผ่านไปประมาณเกือบ 2 ชม.
มอไซค๋คู่ชีพก็พาฉันมาถึงเมืองผี เป็นหมู่บ้านผี ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
มันหลอกหลอนฉันตั้งแต่พี่ไปสอนอยู่ที่นั่น
ตลอดเวลา 1ปีเต็มที่นั่น ทำให้ฉันกลายเป็นคนจิตตก ประสาท เครียด อารมณ์ฉุน
เมื่อฉันขึ้นไปถึงรร. และเจอหน้าพี่
พี่กำลังทำงานอยู่
งานไม่ยุ่งนัก
แต่พี่ถามฉันสั้นๆ ว่า "มายังไง มากะใคร"
และฉันก็ตอบสั้นๆ ว่า บิดมอไซค์มาคนเดียว
พี่นั่งนิ่งตลอด
สักพักผู้หญิงคนนั้นก็เดินมา
และหยุดจ้องหน้าฉัน
สายตานั้น ฉันสามารถรับรู้ได้เลยว่า พี่คงกลัว
ฉันหวั่นๆ แต่ก็ใจดีสู้เสือ
เพราะ ณ เวลานั้น ไม่มีใครเป็นพวกฉันเลย
ฉันจ้องหน้ามันตอบ
มันเดินมาถามพี่ว่า ฉันเป็นใคร
พี่ไม่ตอบ
ทั้งฉันและผู้หญิงคนนั้นนั่งขนาบข้างกายพี่
จนงานพี่เสร็จ
เราจึงนัดเจรจากันทันที
เพราะตอนนี้ใจฉันร้อนมาก เมื่อเห็นหน้าอีนังผู้หญิงคนนั้น
มันแย่งพี่ไปจากฉันได้แล้วจริงๆหรือนิ

วินาทีสุดท้ายที่ฉันยังมีพี่
เรา3คนนั่งเจรจากันภายในห้องครัว
ต่างคนต่างนั่งเงียบ
ฉันจึงต้องเป็นฝ่ายถามก่อน
ทั้ง ๆที่ฉันยังไม่พร้อมที่จะถาม
แต่เหตุการณ์มันบีบบังคับ
เพราะว่าเวลานั้น ผู้หญิงคนนั้นมันมั่นอกมั่นใจมากมาย
มันคงรู้ว่าพี่จะเลือกมัน
มันถึงนิ่งได้ขนาดนั้น
ก็นั่นละนะ คนเขามันอยู่ใกล้กัน ก็เป็นธรรมดา เขาคงอุ่นใจที่ได้ตัวพี่
คำถามแรกที่ฉันถาม
"ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร"
พี่บอกว่าเป็นใครก็ไม่รู้เหมือนกัน
เยงแต่ว่าเวลาอยู่ด้วยและทำงานด้วยแล้วสบายใจ
"พี่ชอบเขาไหม"
ไม่ชอบและไม่ได้รักด้วย และย็อีกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ
ทีนี้พอถามว่าแล้วฉันล่ะ
พี่บอกว่ายัง"รัก"
คำถามสุดท้ายแล้วทีนี้ "พี่เลือกใคร"
พี่บอกเลือกเขา
แต่ก่อนที่พี่จะบอก น้ำตาพี่ไหล พี่มองหน้าฉัน
น้ำตาพี่ไหล ฉันก็ไม่ไหวแล้ว กลั้นไว้ไม่ไหวแล้ว ปล่อยให้มันไหลอยู่ต่อหน้าทั้งพี่และผู้หยิงคนนั้น (มันคงสะใจผู้หญิงคนนั้นมากมายที่สามารถเอาตัวพี่ไปได้)
พี่บอกว่ายังรักฉันแต่ทำไมถึงเลือกเขา

เบื้องหลังคือสงครามการเมือง
เราสองคนต่างก็ร้องไห้ไม่หยุด
พี่บอกว่าในเมื่อฉันด่าว่าให้ไม่ดีขนาดนั้น พี่ก็คงไม่กล้าเลือกฉันหรอก
และบอกว่าฉันไปผิดเวลา
สารพัดข้ออ้างเลยทีนี้
ฉันขอคุยกะพี่สองคน
ก่อนหน้าหนึ่งวัน พี่ส่งข้อความสั้นๆมาว่า
"สงครามการเมืองที่ต้องอดทน"
ฉันพอจะรู้ว่าเป็นเรื่องสังคมครูที่นั่น เรื่องพี่ต้องรับผิดชอบผู้หญิงคนนั้น
พี่บอกกับฉันอีกว่า ที่พี่ต้องเลือกเขาเพราะว่าเป็นสงครามการเมือง
พี่จำเป็นต้องเลือกเขา เพื่อจะได้เข้าและอยู่กะสังคมนั้นได้
แล้วฉันล่ะ พี่ทิ้งไปง่ายๆแบบนี้เลยหรือ
พี่บอกว่าช่วงนี้เราก็ห่างกันสักพักละกัน
ให้พี่พิสูจน์ตัวเองว่าจริงๆแล้วการที่พี่ไม่มีฉัน พี่จะโหยหาไหม
(แต่ฉันว่าเป็นเพราะว่าพี่เบื่อฉันแล้สมากกว่า พอมีคนใหม่ พี่ก็สะบัดคนเก่าทิ้งทันที เป็นแบบนี้มาหลายคนแล้ว ได้ยินจากปากแฟนเก่าพี่เองเลย)
พี่บอกว่าห้ามไปพูดเรื่องสงครามการเมืองให้ผู้หญิงคนนั้น
พี่บอกว่ายังรักกัน
ฉะนั้นฉันจึงยังไม่สามารถจบเรื่องนี้ได้
เพราะว่าในเมื่อเราสองคนรักกัน แต่พี่ต้องไปเลือกคนนั้นเพราะเรื่องสังคม
ฉันก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน
ฉันอยากเอาพี่ออกจากตรงนั้น
พี่ตัดสินใจลงมาส่งฉันข้างล่าง
มาพักข้างล่างด้วยกัน
ผู้หยิงคนนั้นมาถามตอนที่ฉันกับพี่จะลงมาว่าสรุปแล้วจะเอายังไง
พี่บอกว่ายังไงก็ไม่เหมือนเดิมกะฉันแล้ว
แต่ฉันบอกกับเขาว่าที่พี่เลือกมันเพราะมีอะไรบางอย่าง เป็นสงครามการเมือง
พี่ไม่ได้รักเขา ฉะนั้นฉันไม่สามารถตัดพี่เขาได้หรอก
ผู้หยิงคนนั้นบอกว่าให้ฉันพักบนรร.กับมันก็ได้
มันจะไม่ให้ฉันลงมา
เพราะมันไม่อยากให้พี่ลงมาด้วย
แต่พี่ก็ยืนยันว่าจะลงมาส่งฉัน
และฉันก็พูดชัดเจนตรงนั้นว่า
ฉันจะยังเหมือนเดิมกับพี่
และบอกกับมันว่าช่วงนี้เราคงเจอกันบ่อยขึ้นนะ
และยังไงฉันก็ไม่ปล่อยพี่หรอก ฉันยอมให้พี่มีมันได้
แต่มันบอกว่ามันยอมไม่ได้
มันเป็นเดือดเป็นร้อน
ฉันและพี่ขี่มอไซค์ลงมาที่ตัวอำเภอ

ออกจากเมืองผี
ออกจากเมืองผีตอนค่ำ มันมืดแล้ว ฉันเตรียมเก็บกระเป๋าให้พี่ เอากางเกงขาสั้น เสื้อยืดของพี่ใส่กระเป๋า
พร้อใของใช้ที่จำเป็นต่อหน้าผู้หยิงคนนั้น
มันหน้าบึ้ง (ยัยหน้าอึ่งอ่าง)
เราขับรถคู่กันลงมาตลอดทาง
อากาศเย็นเหลือเกินข้างบนนั้น
นี่ฉันได้ตัวพี่มาแล้ว
แต่ว่าไม่อยากนึกถึงวันพรุ่งนี้เลย
วันที่ฉันต้องจากพี่มาจริงๆ
เรามาพักห้องพักด้วยกัน
พี่บอกว่าเรายังคบกันเมื่อเราอยู่ด้วยกัน
คืนนั้นแหละ ร้องไห้ปล่อยโฮ
แต่พี่ก็เงียบ
ฉันจึงต้องโทหาใครหลายคนที่ฉันสามารถอุ่นใจได้
พี่ยังมาบอกว่าฉันฟ้องผู้ปกครองทำไม?

พี่ยังบอกกะฉันอีกว่า
พี่ยังอยากไปเที่ยวบ้านฉันอีก
เฮ้อ
นี่ฉันเป็นไรไป
เรื่องราวข้างหน้าจะเป็นยังไง
ไม่สามารถรู้ได้เลย
เมือ่ออกจากเมืองผีได้แล้ว
ฉันหลั่งน้ำตาหหลายรอบ
กว่าจะขี่มอไซค์ลงมาได้
ฉันต้องจอดรถเพื่อเอากำลังใจจากเพื่อนที่อยุ่ทางไกล

ฉันอยากจะบอกว่า
ระหว่างลงมาจากอ.ชาติตระการ
ฉันสามารถมองเห็นต้นไม้ และสามารถสัมผัสมันได้
มันช่างวิเศษเหลือเกินหรือว่าฉันสามารถเอาชนะใจตัวเองได้แล้ว
หรือว่ายังแค้นใจอยู่นะ
ต้องเฝ้าดูจิตใจตัวเองต่อไป