ผู้ติดตาม

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

บรรยากาศหนาว หนาว แต่ใจไม่เหงา

บรรยากาศช่วงนี้ เย็นสบาย
จิตใจก็สงบลงแล้ว
ชีวิตกลับมามาเป็นเหมือนเดิม
วันเวลาผ่านไปช้าๆ
ความรู้สึกดีกับตัวเองเพิ่มเข้ามาอีกหลายเท่า
กินอิ่ม นอนหลับ
จนกระโปรง กางเกงคับไปหลายตัว เฮ้อ สบายใจแล้วก็กินเยอะอีกละ
สงสัยคงต้องหาเรื่องให้ปวดหัวจนกินไม่ได้นอนไม่หลับอีกแล้วม้าง 555 เด๋วก็ได้มานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าแบบเดิม เหอๆๆ
ช่วงนี้กำลังวุ่นอยู่กับการถักผ้าพันคอด้วยอีซี่นิต
ผ่านมาได้3วัน ถักได้3ผืนแล้ว
เตรียมส่งไปพี่สาวที่แดนไกลที่สวิตเซอแลนด์(เมืองไทย)
เพราะอากาศที่นั่นหนาวสุดๆๆ จากที่เคยไปสัมผัสมาแล้ว
ใจที่สบาย เพราะว่าได้ปล่อยวางแล้ว
...

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

การเขียนหนังสือราชการ

การเขียนหนังสือราชการ” ไม่ค่อยจะมีสอนในสถานศึกษาแห่งใด ให้ถึงระดับที่เรียกว่าเขียนดี ข้าราชการการแต่ละคนจึงต้องเรียนการเขียนหนังสือราชการจากหัวหน้า ศึกษาจากเรื่องเดิมกันตลอด ดังนั้น ฉัน จึงได้เสนอวิธีปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
เทคนิควิธีปฏิบัติ
การเขียนหนังสือราชการที่ดีควรมีการร่างเสียก่อน โดยผู้ร่างต้องศึกษาเรื่องให้รู้และเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง และจับประเด็นที่เป็นเหตุ และความมุ่งหมายของการเขียน (ซึ่งเป็นผล) ว่าจะเขียนไปเพื่ออะไร วางเค้าโครงไว้ในใจ แล้วลงมือร่างโดยลำดับวรรคตอนดังนี้

‏א. วรรคแรก ขึ้นต้นเริ่มใจความที่เป็นเหตุก่อน เหตุที่ว่านี้อาจมาจากหลายทาง
เช่น 1. จากผู้มีหนังสือไปเอง โดยปรากฎข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผู้มีหนังสือไปมีความประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ตัวอย่าง 1.1 “เนื่องจากได้ทราบว่า ท่านมีความประสงค์จะบริจาค… ให้แก่…”
1.2 “ตามหนังสือที่อ้างถึง จังหวัดได้ขอความอนุเคราะห์…นั้น”
1.3 “อนุสนธิหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่อ้างถึง แจ้งมติว่า…นั้น”
2. จากบุคคลภายนอก โดยบุคคลภายนอกเขาว่ามา หรือขอมา ตัวอย่าง
2.1 “ด้วยกรม…แจ้งมาว่า…”
2.2 “ด้วยนาย…ได้ยื่นเรื่องราวให้พิจารณา…”
3 จากสาเหตุที่ปรากฎขึ้นเอง เช่น ความเสียหายเกิดขึ้น ตัวอย่าง
3.1 “ด้วยได้เกิดอุทกภัยที่…”
3.2 “ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดของ…หายไป 1 เครื่อง”
3.3 “ตามที่ได้มีข่าวในหนังสือพิมพ์ ว่า…นั้น”ข้อสังเกต
1. แบบที่ยกเหตุขึ้นมาใหม่ โดยไม่ได้อ้างเรื่องที่เคยติดต่อกับผู้รับหนังสือมาก่อน จะขึ้นต้นด้วยคำว่า “ด้วย” หรือ “เนื่องจาก” และไม่มีคำว่า “นั้น” ท้ายวรรค
2. แบบที่อ้างถึงเรื่องเดิมที่เคยติดต่อกันมา หรือเป็นที่ทราบกันอยู่ก่อน ซึ่งจะขึ้นต้นด้วยคำว่า “ตาม” หรือ “ตามที่” หรือ “อนุสนธิ” แล้วจะต้องลงท้ายวรรคด้วยคำว่า “นั้น”‏ב

. วรรคที่สอง เป็นข้อความที่เป็นผล หรือ คำขอ คำสั่ง คำอนุมัติ หรือ ข้อตกลง ถ้ามีหลายข้อ ให้แยกเป็นข้อ ๆ เพื่อให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย ความใดท้าวความถึงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือเรื่องตัวอย่าง ควรพยายามระบุให้ชัดเจน พอที่ฝ่ายผู้รับจะค้นมาตรวจสอบได้สะดวก (ข้อควรคำนึง คือ ให้ผู้รับหนังสือเข้าใจถูกต้องตามความประสงค์ที่มีหนังสือไป) ตัวอย่าง
1. “เนื่องจากได้ทราบว่าท่านมีความประสงค์จะบริจาค…ให้แก่…สำนักงาน…จึงได้ให้นาย นาง นางสาว…เจ้าหน้าที่… ผู้ถือหนังสือนี้ มาพบท่านเพื่อปรึกษาตกลงในรายละเอียดที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ให้เป็นที่เรียบร้อยตามความประสงค์ของท่าน ต่อไป”
2. “ด้วยจังหวัดมีความประสงค์ที่จะได้หลักสูตรของโรงเรียน…ไปเพื่อ…จึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์กรม…ได้โปรดจัดส่งหลักสูตรดังกล่าวให้จังหวัด จำนวน 1 ชุดด้วย จักขอบคุณมาก”
3. “ตามหนังสือที่อ้างถึง จังหวัดได้ขอความอนุเคราะห์…นั้น บัดนี้ เวลาล่วงเลยมานานแล้ว จังหวัดยังไม่ได้รับทราบผลการพิจารณาเรื่องนี้แต่ประการใด จึงเรียนเตือนมาเพื่อขอได้โปรดพิจารณา และแจ้งผลให้จังหวัดทราบด้วย จักขอบคุณมาก” ‏ג

. วรรคสุดท้าย เป็นข้อความที่ลงท้าย ของหนังสือราชการ ตัวอย่าง
1. “ตามที่ท่านขอให้จังหวัดดำเนินการ…นั้น จังหวัดได้แจ้งให้…เพื่อดำเนินการตามความประสงค์ของท่านแล้ว แต่…แจ้งว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างปิดภาคเรียน ต้องรอไปอีกประมาณ 2 เดือน ก็จะแล้วเสร็จ จึงเรียนมาเพื่อทราบ”“ตามที่ท่านแจ้งว่า…นั้นสำนักงาน…ได้แจ้งให้…ทราบ และดำเนินการตามความประสงค์ของท่านแล้วจึงเรียนมาเพื่อทราบ” ในการร่างหนังสือราชการนั้น นอกจากจะขึ้นต้น ลงท้าย และลำดับวรรคตอนให้ถูกต้องแล้ว ยังควรยึดหลักสำคัญบางประการ ดังนี้ ถูกต้องทั้งหลักภาษาไทย (หลักไวยากรณ์) และถูกหลักความนิยม ได้สาระสมบูรณ์และสิ้นกระแสความ ได้ความชัดเจน กะทัดรัด ไม่เยิ่นเย้อ ลำดับความได้ดี แต่ละวรรคตอนเป็นเอกภาพ มีความสัมพันธ์กลมกลื่นกัน ได้ความตรงตามประเด็น เน้นจุดที่ต้องการ ถ้อยคำสุภาพ และบรรลุจุดประสงค์ตามที่ต้องการ สิ่งที่พึงสังวร ไม่ควรใช้ “คำบังคับ” ในหนังสือที่มีไปถึงบุคคลหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ควรเปลี่ยนเป็นใช้ “คำขอร้อง” หรือ “ขอความร่วมมือ” แทน เช่นคำบังคับ เปลี่ยนเป็น(คำขอร้อง)ขอให้ส่ง โปรดส่ง
ให้ท่านไปติดต่อ โปรดไปติดต่อ
โปรดอนุญาตให้ตามความประสงค์ด้วย โปรดพิจารณาอนุญาตด้วยขอตั้งข้อสังเกตว่า ขอซ้อมความเข้าใจว่า

สรุป
1. เขียนเรื่องอะไร (เช่น เชิญ บอกให้ทราบ ถาม ตอบ ฯลฯ)

2. เขียนถึงใคร (เช่น ผู้ใหญ่ ผู้บังคับบัญชา ผู้เสมอกัน ผู้รับบริการทั่วไป ผู้ใต้บังคับบัญชา ฯลฯ)
3. เขียนทำไม (เช่น ขอความร่วมมือ ให้เขาเข้าใจ ให้เขาพิจารณา ให้เขาทราบ ให้เขาปฏิบัติให้พึงสังวรระมัดระวัง ฯลฯ)เขียนอย่างไร (เช่น ให้บรรลุจุดประสงค์ตามที่ต้องการ)
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่ทำงานในหน่วยงานราชการนะคะ
ไม่อยากจะบอกเลยว่า ทำงานในหน่วยงานราชการมาได้เกือบ2ปีแล้ว
แต่ว่าก็ยังไม่คล่องเหมือนกันกะการเขียนหนังสือราชการอะ คงต้องฝึกฝนไปเรื่อยๆอะ
และอีกอย่างงานที่รับผิดชอบก็ไม่ค่อยได้ร่างหนังสือราชการด้วย เลยไม่ค่อยฝึกฝนสักเท่าไหร่ค่ะ
มุมหนึ่งในมน. เก็บภาพในช่วงววันรับปริญญาที่ผ่านมา24-27พย51
อีกมุมนึงบนดอยแม่จอก อุทยานขุนสถานสูดอากศดีๆให้เต็มปอดไปเล้ยไปเที่ยวมาเมื่อวันที่6-7ธ.ค.51

ขุนสถาน

จุดชมวิวบนอุทยานขุนสถาน

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

คลินิกรัก???

วันนี้ฉันป่วย
วันนี้เทอจะสบายดีไหม
วันนี้ฉันหม่น
วันนี้เทอดูสดใส
ฉันกินข้าวหมดจานแล้ว
เทอเพิ่งถือจานข้าวเดินหาโต๊ะนั่ง
เทอเครียดไหมกับหน้าที่ตรงนั้น
ฉันเครียดจังกับตรงนี้

ฉันมองไปที่เทอตลอดเวลา
เทอไม่เคยมองมาที่ฉัน
วันนี้เป็นวันแรกที่เทอสบตากัน
เทอคงจะรู้ตัวแล้วว่าฉันคิดยังไง

ฉันและเทอต่างเดินผ่านกันเกือบทุกวัน
แต่ฉันกลับไม่กล้ามองหน้าเทอและยิ้มให้เทอ
ฉันเสียใจ
แต่สิ่งที่ฉันทำ นั่นถูกต้องที่สุดแล้ว
คิดว่างั้นนะ
เทอเป็นนิสิต
ฉันเป็นบุคลากร
แต่เราก็รุ่นเดียวกัน
ฉันควรวางตัวยังไงดี

เห็นหน้าเทอทีไร ก็รู้สึกดี
อยากให้เทออยู่ตรงนี้ไปนานๆ
ไม่อยากให้เทอจบออกไปเลย
หรือไม่ถ้าจบ ขอให้ได้ทำงานต่อที่นี่ได้ไหม

ฉันเห็นเทอตั้งแต่ปี1แล้ว
ปีก็ปีที่6แล้วที่ฉันได้มีโอกาสได้เห็นหน้าเทอ

เหลืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
เทอก้ต้องจากไป
ไกลแสนไกล
และเทอคงจะไม่มีวันรับรู้เรื่องราวของฉันเลย
และเทอก็คงไม่อยากรู้

คลินิกที่นี่
มีเทอเดินวนเวียนในทุกๆวัน
และฉันหวังให้เป็นคลินิกรัก...
(ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้)

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2551

การพบกัน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ฉันขึ้นไปบนบ้านพี่
พี่บอกว่าไม่ว่างลงมารับ
เพราะว่า
ไม่ว่าง
ทางเข้าบ้านพี่ก็ไม่สะดวก แถมยังไม่มีรถประจำทางอีก
ต้องอาศัยรอรถชาวบ้านขึ้นไปเท่านั้น
ไปถึงที่ตลาดนครไทยเวลาเที่ยง
นั่งรอ กว่าจะมีรถวิ่งไปบนหมู่บ้านพี่ก้ปาไป5โมงเย็นแล้ว
นั่งท้ายกระบะกับพี่ๆในหมู่บ้านนั้นอีก4-5 คน
ไปถึงบ้านพี่ก็มืดแล้ว ประมาณ ทุ่มกว่า
น้ำตาไหลเลยเมื่อไปถึงหน้าประตูบ้านพี่
แอบไปปล่อยน้ำตาในห้องน้ำ
พี่ทักเล่นๆว่า
ที่เห็นอยู่เนี่ย "วิญญาณหรือว่าคนเนี่ย"
เช้าวันอาทิตย์
เราไปเก็บผักบนเขา
เก็บผลไม่ป่า
ที่ฉันไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ดูเหมือนฉันจะมีความสุขมาก
ทั้งที่
รู้ว่า
สิ่งที่พี่กำลังทำดีด้วยมันป็นเพียงหน้าที่ของเจ้าบ้านที่พึงทำดีกับแขกผู้มาเยือนเท่านั้น
พี่บอกว่าจะมาส่งฉันที่พิษณุโลก
แต่ว่า
เรื่องมันกลับเปลี่ยนทันที
เมื่อฉันเก็บข้าวของหมด
แต่พี่มาบอกว่าจะไปส่งแค่นครไทย
ฉัน
ใจสลายอีกรอบ
ร้องไห้อีกแล้ว
ทำไมพี่ถึงบอกว่าจะมาส่งฉันที่พิษโลกละ
ฉันอยากให้พี่มีเวลาให้กะฉันบ้างเท่านั้น
นี่ก็ผ่านมาได้2เดือนเต็มแล้วนะ
ที่เราสองคนห่างเหินกัน
และแล้วฉันก็ตัดสินใจไม่ลงมาในวันนั้น
ฉันลงมาเมื่อวาน
วันจันทร์
ฉันต้องลางานอะจิ
เพียงเพราะอยากจะอยู่ใกล้ๆพี่
ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะว่าวันนี้ พี่เขาต้องกลับไปเจอคนอื่น
แนไม่อยากให้พี่ขึ้นไปบนโรงเรียนนั้นเลย
มันเป็นโรงเรียนสยองขวัญ
น่ากลัวมากในความรู้สึกของฉัน
เพราะว่าตั้งแต่วันแรกที่พี่ไป
โลกของฉันก็ถูกปิดลง ไม่เคยมีหนทางที่ฉันจะได้ตัวพี่กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย
ฉันเครียดมาตลอดจนวินาทีสุดท้าย คือพี่เลือกคนนั้นและเพียงเพราะว่าฉันไปด่าพี่ด้วยคำหยาบคาย
สุดท้ายฉันกลายเป็นคนผิด
และพี่ก็เอาไปบอกคนอื่นว่าฉันเป็นฝ่ายผิด
เรื่องราวที่เกิดขึ้น2-3วันนี้มันก็เกือบจะดีแล้ว
แต่ว่าวินาทีสุดท้าย
ตอนพี่ลงมาส่งที่นครไทยเมื่อวานตอนเที่ยง
มันก็เกิดเรื่องที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาอีกแล้ว
ฉันทำไปได้ไง....
(แล้วจามาเขียนต่อนะคะ)


วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2551

พี่กั่วลิหวนกลับมา

ว้าวุ่นหัวใจจังเลย


อยู่ๆ


ก็อยากเจอเทอ


แต่เทอไม่อยากเจอ


อยากไปเจอ


แต่กลัวทำหน้าไม่ถูก


ยังอยากได้ตัวเทอคืนมา


ยังเสียดายเทอมากมาย


แต่ดูเหมือนเทอจะรำคาญฉัน



เทอบอกเมื่อวานนี้ว่า


ฉันเป็นคนผิด


เป็นเพราะฉันปากหนัก ว่าเทอแรงเกินไป


เทอจึงไม่อยากเจอฉันอีกต่อไ


สองวันนี้


ร้องไห้ตลอด


เวลาคุยกะเทอ



ตอนนี้ฉันทำไรก็ผิดไปหมด


มันผิดจังหวะ


ไม่สามารถปรับให้เข้ากับเทอได้เลย


ไม่ว่าฉันจะพูดยังไงก็ไม่เข้าหูเทอเลย



พี่คะ


เรายังมีโอกาสมาเป็นเหมือนเดิมไหม


ฉันยังรอวันนั้นอยุ่นะ


รออยุ่ตรงนี้




ผ่านมาแล้วสองเดือน


ที่เราสองคนไม่ได้ติดต่อ


ไม่ได้เจอกัน




ฉันได้อยู่กับตัวเอง


ได้คิดไตร่ตรอง




สรุป คือ


ฉันอยู่โดยไม่มีเทอ ไม่ได้เลย

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Closer

เป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองอีกครั้งวันเวลาได้หมุนกลับมาที่เดิม
ได้มานั่งไตร่ตรองหัวใจอีกครั้ง
คิดหลายแง่มุม
เกี่ยวกับความต้องการที่ใจฝันหามานาน
สิ่งที่ใจต้องการมันอยู่ข้างใน
ลึกจนแทบขุดคุ้ยไม่เจอ
หลายเรื่องผ่านเข้ามาในชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน
เพื่อนร่วมงาน
หัวหน้าที่ทำงาน
เรื่องการย้ายหอ
เรื่องการสอบเข้าทำงานที่ใจชอบ
การสอบไม่ผ่าน
การสอบผ่าน
การโดนหัวหน้าดุ
การไม่ชอบขี้หน้าหัวหน้า
ไม่สนุกกับงาน
หลายสิ่งหลายอย่าง
บอกให้ว่า ฉันควรจัดการอะไรกับตัวเองแล้ว
แต่แล้วก็ยังไม่สามรถจัดการมันได้
ปิดตาลง
วันนี้หลับสบาย
แต่วันพรุ่งนี้
ไม่อาจรุ้ได้เลย ว่าจะหลับตาลงได้ไหม
เมื่อคืนฉันยังหลับสบายดีอยู่เลย
เพียงแค่ได้ดุหนังเรื่องเก่าๆ
เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก
เมื่อครั้งที่กำลังแอบปลื้มเทอ
เทอผู้ใจเป็นนักเลง
เทอคนที่ใจตื่นเต้นยิ่งนักเมื่อได้อยู่ใกล้
บทเพลงประกอบหนังดังขึ้น
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ
ทำให้ฉันอดคิดถึงเทอไม่ได้
ก็ตอนที่เรารักกัน
มันช่างน่าตื่นเต้นนัก
นักเลงกับคุณหนู ผูที่ไม่เคยมอบหัวใจให้ใครๆ
นักเลงที่ใช้หัวใจเปลือง
ผู้หญิงที่มีใจรักเดียว อุดมการณ์สูงส่ง จะมอบรักให้กับชายเพียงคนเดียวตลอดทั้งชีวิต
ชายมาเฟียที่มีความลับมากมายในหน้าที่การงาน
ผู้หยิงผู้ที่เก็บความลับของชายมาเฟียมาตลอด
ผู้หญิง คนที่ห่วง และกลัวกับการพรากจากของชายมาเฟีย
จนไม่สามารถแสดงความรักออกมาทั้งหมดให้กับเทอ คนเดียวที่ใจรัก รักมากที่สุด
ฉันทำให้เจ็บปวดมากมาย
ฉันปฏิเสธเทอ
เทอทำให้ฉันเจ็บ
ฉันทำเทอเจ็บ
ต่างคนต่างร้องไห้
ความเจ็บปวด
เพราะความกลัวในตัวฉัน
ฉันไม่มั่นใจในตัวเทอ
ทั้งที่ใจวิ่งเข้าหาเทอตลอดเวลา
ฉันรักเทอ
บทเพลงจบลง
น้ำตาฉันไหล
ยอดนักเลงผู้เป็นที่รักของง "ข้า"
ผ่านไป5 ปี
หัวใจนี้
ยังเป็นดวงเดิม
"หัวใจนักเลง"
อยู่เพื่อได้เจอเทอในสักวัน
และแล้วฉันก็ได้เจอเทออีกครั้ง
เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา
ใจยังตื่นเต้นเหมือนทุกครั้งที่เคยเจอ
เทอยังเหมือนเดิมทุกอย่าง
มีอยู่อย่างเดียวที่ไม่เหมือน
คือการวางตัว
ในฐานะที่เราเป็นเพียงคนเคยรักกัน
เคยคบกันเท่านั้น
มือเรียววยาว
ลักยิ้มบนมุมปากขวาเทอ
ริมฝีปากบางของเทอ
จมุกโด่งตรงนั้น
แก้มสองข้าง
เส้นผมตรงท้ายทอยที่ฉันเคยสัมผัส
ลำตัวรอบเอว
ทุกอย่างของเทอถูกปิด
ถูกปิดด้วยความรู้สึกของเทอ
และฉัน
ฉันไม่สามารถแตะต้องตัวเทอได้
ฉันคงได้แต่นอนนึกถึงภาพเราสองคนอยู่ด้วยกัน
โดยที่ไม่สามารถแตะต้องตัวได้
มันเป็นเหมือนในความฝัน
ที่ดูเหมือนทุกอย่างจะลงที่ตัวฉันแต่เพียงคนเดียว
ทั้งที่มีผู้คนมากมาย
แต่ว่าทุกอย่างกระหน่ำรุมทำร้ายฉัน
ฉันอยากให้เป็นเพียงแค่ความฝัน
ที่ตื่นมาแล้วสามารถแตะต้องเทอได้
ฉันอยากเป็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆเทอ
อยากดูแลเทอ
อีกสักครั้ง
หากเป็นไปได้
ฉันจะไม่ยอมปล่อยเทอไปไหนอีกเลย
มิสเตอร์..
ฉันรักเทอมากมายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองอีกครั้งวันเวลาได้หมุนกลับมาที่เดิม

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551

Crush

วันนี้เสิร์ชหาเพลงฮิตติดชาร์ท
เพลงนี้เคยติดชาร์ทอันดับที่2 มาเมื่อเร็วๆนี้เอง
วันนี้เปิดฟังหลายรอบเลย
มันเพราะและทำนองจังหวะ ก็ให้อารมณ์มากเลย
อย่าเข้าใจผิดนะ
คือมันบิ้วอารมณ์ให้นึกถึงเทอน่ะ มันเศร้าๆ มันรู้สึกน่าใจหายที่เทอจะจากไปไกลแล้ว
เพราะว่ามันเป็นช่วงเทศกาลปิดเทอม
เทอก็ต้องกลับบ้าน
มันจะทำให้เราต้องห่างไกลกัน

เทอจะคิดยังไงกับฉันบ้างนะ
จนถึงวันนี้เทอก็ยังไม่ยอมคุยกับฉัน
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่เข้าใจเลย
ทำไมๆๆ
ทำไมเทอถึงไม่สนใจฉันเลย


"Do you catch a breath when I look at you?Are you holding back like the way I do?‘Cause I’m trying and trying to walk awayBut I know this crush ain’t goin’ away-ay-ay-ay-ayyGoin’ away-ay-ay-ay-ayy"


(ใครสนใจฟังเพลงนี้ก็คลิกได้นะคะ เพราะมากมาย http://www.araiwaa.com/archives/699 )

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551

อยากไปเที่ยวดอย

วันหยุดนี้อยากขึ้นไปบนบ้านพี่สาวจังเลย
อยากไปเจอกับหมู่เพื่อนๆ
ต้นไม้ ภูเขา หมอก สายฝน สายลม
พวกเขายังรอที่จะเจอฉันอยู่ไหมน้า
แต่ฉันอยากจะเจอพวกเขา
แต่ติดตรงที่ว่า ฉันไม่อยากลางานวันจันทร์หน้านี้ จึงตัดสินใจไม่ไป
ถ้าตอนนี้ฉันไป ยังจะทันไหมน้า
ฉันอยากไปจัง
อากาศที่นั่นคงจะดีมากเลย
อยากไปสัมผัส
แต่ว่าเสื้อผ้าเต็มตะกร้าเลย ยังมะได้ซัก
นี้แหละเป็นปัญหาใหญ่ที่ฉันไม่ได้ไปที่ดอยขุนสถาน
ดินแดนอันไกลพ้น ดินแดนแห่งความบริสุทธิ์ สดใส
ฉันกำลังคิดอยู่ว่าฉันอาจจะขึ้นไปในเร็วๆวันนี้
ฉันอยากไปสูดอากาศที่นั่นให้เต็มปอด
ฉันคิดถึงเพื่อนๆที่นั่น
แล้วฉันจะขึ้นไปแน่นอน ขุนสถาน รอฉันก่อนนะ

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2551

Singularity : ภาวะเอกฐาน

สภาพฉันตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับซากศพ
ไม่ใช่สิ
ฉันเป็นเหมือนจุด (พินทุ) เป็นจุดที่เป็นเพียงจุดเดียว
เป็นหน่วยที่ไม่สามารถแยกได้อีก
เป็นหน่วย สิ่งมีชีวิตที่เล็กที่สุด เท่ากับจุด (.)เท่านั้น
เป็นช่วงชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียว เป็นเอกฐาน
ไม่สามารถแยกหัวใจดวงน้อยๆดวงนี้ไปไหนได้อีก
ทุกสิ่งสรรพในตัวฉันเป็นของฉัน
ทั้งหมดทั้งมวล ไม่ใช่ของใคร
ไม่หวังให้ใครๆมาดูแล
ไม่ขอฝากให้ใครๆอีกต่อๆป
การแบ่งแยกตัวตนที่ผ่านมา
ส่งผลเสียต่อจิตใจของฉันมากมาย

ฉันเกือบจะหายไปจากหน้ากระดาษนี้
จุด(.)เล็กๆ เกือบถูกลบไปจากแผ่นกระดาษผืนนี้

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551

ลบเบอร์แล้ว

ตอนนี้ฉันไม่มีเบอร์เทอแล้วนะ
ไม่อยากโทไปรบกวนเทอ
ไม่อยากเสียความรู้สึก เวลาโทไปแล้วเทอไม่รับสาย
ไม่มีอีกแล้ว
หยุดทุกอย่าง

มืดแปดทิศ

ตอนนี้งานก็ไม่ราบรื่น
เรื่องรักก็แสนเศร้า
เรื่องเงินก็มีปัญหา
มันเป็นบ้านอะไรวะเนี่ย
นี่ฉันจะซวยไปถึงวันไห น

หวังว่าความซวยเหล่านี้
จะผ่านพ้นไปในเร็ววันนะ

จะยังไงก็ช่างความรักอยู่รอบๆตัวฉันตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นความรักจากตัวเอง
จากที่คอยเป็นห่วงอยู่ที่บ้าน
ฉันยังมีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้วันโหดร้ายนี้
ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าเราพยายาม
ช่ายไหม



Love is all Around

I feel it in my fingers,
I feel it in my toes Love is all around me and so the feeling grows
It's written on the wind, it's everywhere I go
So if you really love me, come on and let it show
You know I love you I always will
My mind's made up by the way that I feel There's no beginning, there'll be no end
'Cause on my love you can depend
I see your face before me, as I lay on my bed
I kinda get to thinking of all the things we said
You gave a promise to me, and I gave mine to you
I need someone beside me in everything I do
You know I love you I always will
My mind's made up by the way that
I feel There's no beginning, there'll be no end
'Cause on my love you can depend It's written on the wind, it's everywhere I go So if you really love me, come on and let it show Come on and let it show

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2551

หลอน

เบื่อแล้วก็มาทิ้งกันได้ง่ายดาย

วันก่อนพี่ออนมาบอกว่าคิดถึง
พอตกกลางคืนพี่ก็โทมาถามไถ่ทุกข์สุข
ไงก็ขอบคุณสำหรับความห่วงใยที่พี่มีให้นะ
แต่ว่านึกถึงพี่ไร
หลอนทุกที
มันน่ากลัวมากๆๆ
กับสถานที่ตรงนั้น
ตรงที่พี่อยู่กะคนอื่น
สยองเหลือเกิน
ชาตินี้คงไม่มีฉันยืนอยู่ตรงนั้นอีก

ลบเบอร์ดีไหม

ตั้งแต่วันนั้น วันที่เราไปกินข้าวด้วยกัน
ฉันก็ว่าจะลบเบอร์เทอทิ้งเสีย เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องโทหาเทออีก
เพราะฉันเกรงว่าจะเป็นการรบกวนเทอ
เทอบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับฉัน นอกจาก"พี่สาว"
ช่วงหลังนี้ฉันได้โทไปหาเทออีกหลายครั้ง
แต่ก็ไม่มีการรับสายใดๆ
สองวันแล้วที่หักห้ามใจไม่ให้โทไปหาเทอ
แต่ก็ต้องจมจ่อมอยู่กับความผิดหวัง

ที่เทอก็รู้

จนวันนี้ วันที่ว่างๆ และเหงาๆบวกกับความกังวลใจที่จะสอบในวันพรุ่งนี้
ฉันอยากคุยกับเทอสักคำสองคำก็ยังดี
ฉันโทหาเทอตอนพักกลางวัน
เพราะคิดว่าเทอคงจะว่างจากเรียนแล้ว
แต่ก็ไม่มีการรับสายใดๆ
ฉันคงหมดหวังแล้ว
เทอไม่รับสายฉันอีกแล้ว
เป็นเพราะว่าเทอไม่มีไรจะคุยกะฉันอย่างที่เทอเคยบอกกัน
แต่ว่าเมื่อตอน18.59น. (เลขสวยมะ) เทอได้โทมาหาฉันถึง2สาย
แต่ว่าพอดีโทสับมันแบตหมด
เลยไม่ได้คุยกะเทอ
แต่ฉันพอจะเดาออกว่าเทอจะพูดประโยคไหน
"พี่โทมาหาผม มีไรป่าวคับ"
ทุกครั้งที่เทอโทมามักจะขึ้นต้นด้วยประโยคนี้เสมอ

ตอนนี้ฉันอยากคุยกะเทอ
แต่ว่ามือถือฉัน แบตมันหมด
ตอนนี้ฉันนั่งพิมบทความนี้อยูที่ร้านไอเดีย
ฉันอยากรู้จังว่าเทอโทมาหาฉันเพราะเรื่องอะไร
ถ้าหากเป็นเรื่องที่เทอนัดฉันไปเดินเล่นคงจะดีไม่เบา
ฉันหวังให้เป็นอย่างนั้น
ต่อไปนี้ฉันจะไม่พยายามลบเบอร์โทเทอทิ้งแล้วละ
ฉันจะเก็บเทอไว้ในส่วนลึกๆ
ขอบคุณที่โลกหมุนรอบทำให้ฉันได้มาพบเจอเทอ
ทั้งๆที่เราเคยอยู่ใกล้กัน แต่ก็ไม่เคยเจอกัน
จนในที่สุดเราก็ได้มาพบเจอกัน ณ แดนไกล พ้นขอบฟ้า
เมื่อสิ้นสุดปีการศึกษานี้แล้ว
ก็จะเหลือเวลาอีกแค่ปีเดียว
ที่เราจะได้อยุ่ด้วยกันที่นี่
ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้เจอหน้าเทอทุกวัน
แต่ก็แอบอุ่นหัวใจ
ว่าเทออยู่ใกล้ๆ
เวลาเดินตามตลาด
ตามงานต่างๆในมอ
ฉันยังแอบลุ้นว่าจะได้เจอเทอตามงาน
ฉันเห็นคนใส่เสื้อชอปวิดวะ
ฉันอยากให้เป็นเทอ
ฉันเห็นคนตัดผมทรงเดียวกะเทอ ฉันหวังให้เป็นเทอ
ฉันเห็นคนขี่ดรีม ฉันอยากให้เป็นเทอ
ฉันอยากเจอเทอในทุกๆวัน
ฉันอยากเหนรอยยิ้มเทอ
ฉันจะรอวันได้พบเจอเทออีก
ฉันคิดถึงเทอ

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2551

วันที่เครียดๆ

หลายวันนี้มีแต่เรื่องเครียดๆเข้ามาในชีวิต
ทั้งเรื่องการงาน
เรื่องเทอ
เครียดจนปวดหลังอีกแล้ว
ปวดร้าวที่แผ่นหลัง
ไม่รู้ว่ามันจะหายเมื่อไหร่
รุแค่ว่า
เมื่อไหร่ฉันถึงจะออกจากตรงนี้ได้สักที
รอวัน