วันนี้ชวนเทอไปดูหนังแล้ว
แต่ว่า
เฮ้อ
สรุป
ฉันกำลังใช้เงินซื้อความสุข
เป็นไปตามที่เพื่อนฉันว่าจริงๆ
มีเพื่อนคนนึงบอกว่าการที่จะรัก ชอบรุ่นน้องนะ มันเป็น "ภาระ" อย่างนึง
เพราะว่าในวัยที่กำลังเรียนอยู่นั้นฉันรู้ ว่าจะต้องใช้จ่ายเงิน
และยังไม่มีรายได้
อันนี้มันเป็นความจิง
อยากไปเจอเทอ ก็ต้อยอมออกตังค์
อยากไปดุหนัง ก็ต้องยอมออกตังค์
อยากไปกินข้าวกะเทอสักมื้อ ก็ต้องออกตังค์เอง
แบบนี้ ฉันจะมีความสุขจริงหรอ
สุ้อยู่กับตัวเอง แบบเดิม แม้จะมีช่วงเวลาที่เหงาๆ บ้าง
แต่เราก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดีไม่ใช่หรอ
และอีกอยย่างนะ ฉันกลัวถูกเด็กหลอกว่ะ
เฮ้อ
ความรู้สึกตอนนี้ หวั่นๆ
หรือว่าฉันชอบใครไม่เป็น
เย็นนี้จะไปดุบุปผาราตรี3.2 เลยชวนเทอไปด้วย
แต่ดูท่าแล้ว
คงไม่สนุกงะ
เริ่มคิดทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้น 555
มันจะสิ้นเปลืองงบประมาณบ่อยไปไหม
พักนี้จ่ายเงินอย่างง่ายดาย
เพื่อให้ได้ความสุขลมๆแล้งๆมา
แต่สุดท้ายฉันก็ต้องมานั่งเหงาคนเดียวในกล่องสี่เหลี่ยมทุกที
แล้วแบบนี้ยังจะไปดูหนังเรื่องโปรดอยู่อีกหรอ
....????
ผู้ติดตาม
วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552
This shoe is a math of the one in the cupbord
เทอเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเอง
น่ารัก และเท่นิดๆ
คุยเก่ง คุยสนุก แบบว่าคารมเป็นต่อเลยละ
เป็นคนไว้หนวด เครา และจอน
เป็นไปตามแบบฉบับที่ฉันชอบ
สงสัยว่าฉันจะชอบคนที่หน้าตา และรูปลักษณ์ภายนอก
เพราะว่าเทอเป็นคนชอบกินเหล้า จากที่ได้คุยมาบ้าง เห็นเทอบอกว่าเคยติดบุหรี่ และเพิ่งเลิกสูบมาได้ไม่นาน
ส่วนตอนนี้นะ เทอและเพื่อนๆในกลุ่มพากันกินเหล้าบอ่ยมาก
ส่วนเรื่องผู้หญิงนั้น ไม่ต้องพูดถึง มีคนมาชอบเทอตรึมเลย และเทอก็คงมีเก็บไว้ในสต็อคหลายคน
ฉันเลยสรุปได้ว่าเทอ กะล่อน ปลิ้นปล้อน เจ้าชุ้พอตัว
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย
เพราะสิ่งที่เทอเป็นอยู่ทั้งหมด
มันเป็นสิ่งที่ฉันหามานาน
ฉันชอบแบบนี้นี่เอง
เทอคือสิ่งที่ฉันรอคอยมานาน
และแล้วรองเท้าอีกข้างที่ฉันตามหามานาน ก้คือเทอนั่นเอง
แต่ไม่รู้ว่าเทอจะยอมอยู่เป็นคู่กับรองเท้าอีกข้างของฉันไหม
รองเท้าอีกข้าง ที่ฉันเก็บไว้อย่างดี เก้บไว้มานาน
ถึงเวลาแล้วที่จะได้เจอคู่รองเท้าที่เข้าคู่สักที
น่ารัก และเท่นิดๆ
คุยเก่ง คุยสนุก แบบว่าคารมเป็นต่อเลยละ
เป็นคนไว้หนวด เครา และจอน
เป็นไปตามแบบฉบับที่ฉันชอบ
สงสัยว่าฉันจะชอบคนที่หน้าตา และรูปลักษณ์ภายนอก
เพราะว่าเทอเป็นคนชอบกินเหล้า จากที่ได้คุยมาบ้าง เห็นเทอบอกว่าเคยติดบุหรี่ และเพิ่งเลิกสูบมาได้ไม่นาน
ส่วนตอนนี้นะ เทอและเพื่อนๆในกลุ่มพากันกินเหล้าบอ่ยมาก
ส่วนเรื่องผู้หญิงนั้น ไม่ต้องพูดถึง มีคนมาชอบเทอตรึมเลย และเทอก็คงมีเก็บไว้ในสต็อคหลายคน
ฉันเลยสรุปได้ว่าเทอ กะล่อน ปลิ้นปล้อน เจ้าชุ้พอตัว
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย
เพราะสิ่งที่เทอเป็นอยู่ทั้งหมด
มันเป็นสิ่งที่ฉันหามานาน
ฉันชอบแบบนี้นี่เอง
เทอคือสิ่งที่ฉันรอคอยมานาน
และแล้วรองเท้าอีกข้างที่ฉันตามหามานาน ก้คือเทอนั่นเอง
แต่ไม่รู้ว่าเทอจะยอมอยู่เป็นคู่กับรองเท้าอีกข้างของฉันไหม
รองเท้าอีกข้าง ที่ฉันเก็บไว้อย่างดี เก้บไว้มานาน
ถึงเวลาแล้วที่จะได้เจอคู่รองเท้าที่เข้าคู่สักที
The one
วันนี้นั่งทำงานด้วยใจเหม่อลอย
นั่งนึกถึง คิดถึงทั้งวัน
บางคนอาจฟังดูเป็นเรื่องเล่ยนๆ แต่เชื่อฉันสิ ความรุ้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นมาจริงๆ
ฉันเป็นเอามากใช่ไหม
หลังจากมื้อเที่ยงเสร็จ ฉันกำลังฟุปที่โต๊ะทำงานเพื่อจะงีบสักหน่อย กะลังงีบและนอนคิดถึงเทอ
และเสียงโทสับก้ดังขึ้น
เทอโทมา
เทอจิงๆด้วย
ปกติเทอไม่เคยโทมาหาฉันตอนกลางวันแบบนี้นะ
เทอโทมาบอกว่าเพิ่งตื่น
และกะลังสั่งข้าวมื้อแรกของวันนี้
ดีใจจัง
ที่เทอโทมา
ดีใจแบบไม่มีเหตุผล
หรือว่าบางทีเหตุผลมันมี แต่ฉันเลือกที่จะไม่พูด
เย็นนี้ฉันคงต้องไปเจอเทอตามที่นัดไว้แหงๆ
เพราะว่าความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวล ตอนนี้ รวมเป็นหนึ่งเดียว ไว้ตรงที่"เทอ"
ต่อไปนี้ ฉันคงไม่พยายามลบเบอร์เทอแล้วละ เป็นไงเป็นกัน
ให้มันค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ต่อไป
นั่งนึกถึง คิดถึงทั้งวัน
บางคนอาจฟังดูเป็นเรื่องเล่ยนๆ แต่เชื่อฉันสิ ความรุ้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นมาจริงๆ
ฉันเป็นเอามากใช่ไหม
หลังจากมื้อเที่ยงเสร็จ ฉันกำลังฟุปที่โต๊ะทำงานเพื่อจะงีบสักหน่อย กะลังงีบและนอนคิดถึงเทอ
และเสียงโทสับก้ดังขึ้น
เทอโทมา
เทอจิงๆด้วย
ปกติเทอไม่เคยโทมาหาฉันตอนกลางวันแบบนี้นะ
เทอโทมาบอกว่าเพิ่งตื่น
และกะลังสั่งข้าวมื้อแรกของวันนี้
ดีใจจัง
ที่เทอโทมา
ดีใจแบบไม่มีเหตุผล
หรือว่าบางทีเหตุผลมันมี แต่ฉันเลือกที่จะไม่พูด
เย็นนี้ฉันคงต้องไปเจอเทอตามที่นัดไว้แหงๆ
เพราะว่าความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวล ตอนนี้ รวมเป็นหนึ่งเดียว ไว้ตรงที่"เทอ"
ต่อไปนี้ ฉันคงไม่พยายามลบเบอร์เทอแล้วละ เป็นไงเป็นกัน
ให้มันค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ต่อไป
นางสาวไทยมาแล้วจ้า
ช่วงนี้เป็นช่วงรักเด็ก ตามคอนเสปของนางสาวไทย
ตลอด1 ปีที่ผ่านมาชอบน้องปี4คนนึงอย่างเปิดเผย
แต่แล้วอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ถูกแฟนของน้องมันบอกห้ามยุ่ง ห้ามโทหาน้องปี4คนนั้นเด็ดขาด
เลยได้มารู้จักกะน้องปี2คนนี้
คนที่ฉันเพิ่งเขียนถึงครั้งที่แล้วว่า เป็นเหมือนยาเสพติด
ทำให้ฉันติดๆๆๆ
ไม่เคยอยู่ในความคิดเลยนะ กับการที่ต้องมาชอบรุ่นน้อง
เมื่อก่อนตอนอยู่มัธยม เคยมีรุ่นน้องคนนึงมาชอบฉันมากๆ
เป็นรุ่นน้องแค่ปีเดียว แต่ฉันยังรับไม่ได้เลย กับการที่จะต้องคบกะรุ่นน้อง
เลยปฏิเสธเขาไป
ทำไมปีสองปีนี้ ถึงชอบแต่รุ่นน้องเลยน๊า
ปีนี้รุ่นน้องมาแรง!!!
หรือฉัน เปลี่ยนไปแล้ว
ตลอด1 ปีที่ผ่านมาชอบน้องปี4คนนึงอย่างเปิดเผย
แต่แล้วอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ถูกแฟนของน้องมันบอกห้ามยุ่ง ห้ามโทหาน้องปี4คนนั้นเด็ดขาด
เลยได้มารู้จักกะน้องปี2คนนี้
คนที่ฉันเพิ่งเขียนถึงครั้งที่แล้วว่า เป็นเหมือนยาเสพติด
ทำให้ฉันติดๆๆๆ
ไม่เคยอยู่ในความคิดเลยนะ กับการที่ต้องมาชอบรุ่นน้อง
เมื่อก่อนตอนอยู่มัธยม เคยมีรุ่นน้องคนนึงมาชอบฉันมากๆ
เป็นรุ่นน้องแค่ปีเดียว แต่ฉันยังรับไม่ได้เลย กับการที่จะต้องคบกะรุ่นน้อง
เลยปฏิเสธเขาไป
ทำไมปีสองปีนี้ ถึงชอบแต่รุ่นน้องเลยน๊า
ปีนี้รุ่นน้องมาแรง!!!
หรือฉัน เปลี่ยนไปแล้ว
ฉันติดยา 'เสพติด'
ช่วงสองอาทิตย์ก่อน ได้รู้จักยาชนิดหนึ่ง เมื่อลองได้เสพด้วยการพูดคุยแล้ว รู้สึกว่าคุยกันถูกคอมาก และเมื่อมาเจอหน้ากันหลังคุยกันวันนั้น ก็ยิ่ง"ติด"
แบบว่าสไตล์นี้ ใช่เลย
เพิ่งรุ้จักกันเพียงอาทิตยืเดียว ก็แอบชอบเขาซะแล้ว แบบว่า"รัก" ก็น่าจะใช้แทนได้เลย
เราไปกิรข้าวด้วยกัน
ไปเดินไนท์ด้วยกัน
ไปนั่งร้านที่ริมน่านด้วยกัน ในค่ำคืนที่สุดแสนโรแมนติค
แล้วก้แยกย้ายกันกลับ
หลังจากนั้น ฉันโทไป
ก้เจอแต่ "รอสาย"
เขาไม่ค่อยอยากรับโทสับฉัน
แถมยังกดตัดสายฉันอีก
แต่ฉันก็ยังโทไปอีก จนเขาต้องกดตัดๆๆๆๆๆ ไปทุกรอบที่ฉันโทไป
ความร้สึกดีๆ ก่อนหน้านี้ ตอนที่ไปเดินไนท์ด้วยกัน ไปกินข้าวด้วยกัน ล่ะ???
มันคืออะไร หรือว่าต่างคนต่างแค่ 'เหงา'
ฉันเลยตัดสินใจทำลายยา 'เสพติด' นั้นทิ้งในคืนนั้นทันที
เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น
และตั้งใจไว้ว่าจะไม่แวะไปข้องเกี่ยวกับ "มัน"อีก
ตลอด 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา
ฉันถามตัวเองตลอดเวลา ว่าความสุขที่แท้จิงนั้น คืออะไร
มันคือความสุขจากข้างในใจ การที่ไม่มีใครมาเบียดเบียนหัวใจ ...
และฉันก็ลืมเทอไปแล้ว เบอร์ติดต่อก้ไม่มีแล้ว
มีเวลาอยุ่กับความคิด อยุ่กับตัวเอง และเต็มที่กับงานได้มากขึ้น
แต่แล้ว
เบอร์โทคุ้นๆก็ดังขึ้นมาที่หน้าจอโทสับ
เป็นเบอร์เขานั่นเอง
ตายละ มีคนเอายาเสพติดมาให้ฉันอีกแล้ว
เทอบอกว่าอีก20นาทีจะมาถึงข้างล่างหอ แล้วไปกินข้าวด้วยกัน
และฉันก็ ตอบตกลง
แพ้ใจตัวเอง เฮ้ออ ก็คนมันชอบนี่นา ทำไงได้
เราไปกินข้าวด้วยกันและไปนั่งเล่นที่ลานสมเด็จจนถึงเที่ยงคืน
มันเป็นความสุขชั่วค่ำคืนจริงๆหรือป่าวหนอ
เพราะว่าหลังจากเมื่อคืน ไม่รู้ว่าต่อไปนี้จะเป็นยังไง จะยังมีการกดตัดสายเกิดขึ้นอีกหรือไม่
แต่ ฉันก็ไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนั้น
ฉันกำลังหลอกตัวเอง
เหมือนฉันกำลังติดยาเสพติด ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ก็ยังโหยหาตลอดเวลา
พยายามอยากยาแล้ว แต่พอมีคนเอายาเสพติดมาวางตรงหน้า ก็เหมือนเอามาล่อใจคนติดยานั่นเอง
ฉันกำลังแย่...
หลังเที่ยงคืน เทอกลับหอไปแล้ว
แต่เราก็ยังคุยกันจนถึงตี 4
ทั้งๆที่ฉันจะต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า
แต่เชื่อไหมว่า ณ ขณะที่ฉันกำลังคุยกะเทอคนนั้น ฉันไม่อยากวางสายโทสับเลย
อยากคุยๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากได้ยินเสียงเขาไปเรื่อยๆ
ไม่ใช่เพราะว่าฉันเหงาหรอกนะ
แต่ฉันรู้สึกได้ว่า คนนี้แหละใช่
ถึงจะไม่ดี ทั้งหมด
แต่แบบนี้แหละ ที่ฉันต้องการ
แต่ว่าความเสียใจคงกำลังจะเกิดขึ้นข้างในใจฉันแน่นอน
ฉันคิดว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้น
วันนี้ฉันมาทำงานด้วยอาการมึนๆ เพราะได้นอนแค่ 3 ชม.
และเย็นนี้ มีนัดๆๆ
ไปดูหนังกับเทออีก
...
แล้วแบบนี้ฉันจะเลิกยาชนิดนี้ได้หรอ
แบบว่าสไตล์นี้ ใช่เลย
เพิ่งรุ้จักกันเพียงอาทิตยืเดียว ก็แอบชอบเขาซะแล้ว แบบว่า"รัก" ก็น่าจะใช้แทนได้เลย
เราไปกิรข้าวด้วยกัน
ไปเดินไนท์ด้วยกัน
ไปนั่งร้านที่ริมน่านด้วยกัน ในค่ำคืนที่สุดแสนโรแมนติค
แล้วก้แยกย้ายกันกลับ
หลังจากนั้น ฉันโทไป
ก้เจอแต่ "รอสาย"
เขาไม่ค่อยอยากรับโทสับฉัน
แถมยังกดตัดสายฉันอีก
แต่ฉันก็ยังโทไปอีก จนเขาต้องกดตัดๆๆๆๆๆ ไปทุกรอบที่ฉันโทไป
ความร้สึกดีๆ ก่อนหน้านี้ ตอนที่ไปเดินไนท์ด้วยกัน ไปกินข้าวด้วยกัน ล่ะ???
มันคืออะไร หรือว่าต่างคนต่างแค่ 'เหงา'
ฉันเลยตัดสินใจทำลายยา 'เสพติด' นั้นทิ้งในคืนนั้นทันที
เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น
และตั้งใจไว้ว่าจะไม่แวะไปข้องเกี่ยวกับ "มัน"อีก
ตลอด 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา
ฉันถามตัวเองตลอดเวลา ว่าความสุขที่แท้จิงนั้น คืออะไร
มันคือความสุขจากข้างในใจ การที่ไม่มีใครมาเบียดเบียนหัวใจ ...
และฉันก็ลืมเทอไปแล้ว เบอร์ติดต่อก้ไม่มีแล้ว
มีเวลาอยุ่กับความคิด อยุ่กับตัวเอง และเต็มที่กับงานได้มากขึ้น
แต่แล้ว
เบอร์โทคุ้นๆก็ดังขึ้นมาที่หน้าจอโทสับ
เป็นเบอร์เขานั่นเอง
ตายละ มีคนเอายาเสพติดมาให้ฉันอีกแล้ว
เทอบอกว่าอีก20นาทีจะมาถึงข้างล่างหอ แล้วไปกินข้าวด้วยกัน
และฉันก็ ตอบตกลง
แพ้ใจตัวเอง เฮ้ออ ก็คนมันชอบนี่นา ทำไงได้
เราไปกินข้าวด้วยกันและไปนั่งเล่นที่ลานสมเด็จจนถึงเที่ยงคืน
มันเป็นความสุขชั่วค่ำคืนจริงๆหรือป่าวหนอ
เพราะว่าหลังจากเมื่อคืน ไม่รู้ว่าต่อไปนี้จะเป็นยังไง จะยังมีการกดตัดสายเกิดขึ้นอีกหรือไม่
แต่ ฉันก็ไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนั้น
ฉันกำลังหลอกตัวเอง
เหมือนฉันกำลังติดยาเสพติด ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ก็ยังโหยหาตลอดเวลา
พยายามอยากยาแล้ว แต่พอมีคนเอายาเสพติดมาวางตรงหน้า ก็เหมือนเอามาล่อใจคนติดยานั่นเอง
ฉันกำลังแย่...
หลังเที่ยงคืน เทอกลับหอไปแล้ว
แต่เราก็ยังคุยกันจนถึงตี 4
ทั้งๆที่ฉันจะต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า
แต่เชื่อไหมว่า ณ ขณะที่ฉันกำลังคุยกะเทอคนนั้น ฉันไม่อยากวางสายโทสับเลย
อยากคุยๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากได้ยินเสียงเขาไปเรื่อยๆ
ไม่ใช่เพราะว่าฉันเหงาหรอกนะ
แต่ฉันรู้สึกได้ว่า คนนี้แหละใช่
ถึงจะไม่ดี ทั้งหมด
แต่แบบนี้แหละ ที่ฉันต้องการ
แต่ว่าความเสียใจคงกำลังจะเกิดขึ้นข้างในใจฉันแน่นอน
ฉันคิดว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้น
วันนี้ฉันมาทำงานด้วยอาการมึนๆ เพราะได้นอนแค่ 3 ชม.
และเย็นนี้ มีนัดๆๆ
ไปดูหนังกับเทออีก
...
แล้วแบบนี้ฉันจะเลิกยาชนิดนี้ได้หรอ
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
สายฝนพรำที่ใต้ตึก CE
เมื่อคืนเป็นคืนที่ฝนตกทั้งคืน
แต่เมื่อคืนก็เป็นวันนัดพบเพื่อไปอ่านหนังสือด้วยกัน ครั้งแรกของเราสองคน
ฝนตกพรำๆ
ไม่หนักมาก
เรานัดกันตอนทุ่ม
เวลานั้นฉันยังอยู่ใต้ผ้าห่ม
แต่ว่าเทอโทรมาตามหลายรอบแล้ว
ฉันไปอ่านหนังสือด้วยก็ได้
ความจริงเราต่างคนต่างอ่านที่ห้องตัวเองก่อนก็ได้
แต่ว่าฉันอยากเจอ อยากเห็นหน้า
จนต้องยอมฝ่าสายฝนไปพบเทอ
ปกติเทอไม่ชอบมาอ่านหนังสือตามใต้ตึกต่างๆนะ
แต่นี่ฉันเป็นคนนัดเทอเมื่อสองวันก่อน
และเมื่อถึงเวลา เทอก็จะไปอ่านให้ได้
เทอ...ก็อยากเจอฉัน ด้วยใช่ไหม???
กว่าฉันจะลุกจากผ้าห่มก็สองทุ่มแล้ว
เราเจอกันที่ใต้ตึก CE
เทอใส่เสื้อสีฟ้ามีลาย
สดใสเหลือเกิน
เราอยู่ด้วยกันถึงเที่ยงคืนกว่าๆ
ก็พากันกลับ
ฝนยังไม่หยุดตก
ฉันให้เทอใส่เสื้อกันฝน
แต่เทอไม่ยอมใส่
กลัวไม่หล่อ ไม่เท่
ให้ยืมร่มก็ไม่เอา เกรงใจ
...
...
แล้วสุดท้ายฉันก็บังคับให้กางร่มกลับหอ
..
..
เมื่อไหร่ค่ำคืนนี้จะหมุนมาถึงอีก
แต่เมื่อคืนก็เป็นวันนัดพบเพื่อไปอ่านหนังสือด้วยกัน ครั้งแรกของเราสองคน
ฝนตกพรำๆ
ไม่หนักมาก
เรานัดกันตอนทุ่ม
เวลานั้นฉันยังอยู่ใต้ผ้าห่ม
แต่ว่าเทอโทรมาตามหลายรอบแล้ว
ฉันไปอ่านหนังสือด้วยก็ได้
ความจริงเราต่างคนต่างอ่านที่ห้องตัวเองก่อนก็ได้
แต่ว่าฉันอยากเจอ อยากเห็นหน้า
จนต้องยอมฝ่าสายฝนไปพบเทอ
ปกติเทอไม่ชอบมาอ่านหนังสือตามใต้ตึกต่างๆนะ
แต่นี่ฉันเป็นคนนัดเทอเมื่อสองวันก่อน
และเมื่อถึงเวลา เทอก็จะไปอ่านให้ได้
เทอ...ก็อยากเจอฉัน ด้วยใช่ไหม???
กว่าฉันจะลุกจากผ้าห่มก็สองทุ่มแล้ว
เราเจอกันที่ใต้ตึก CE
เทอใส่เสื้อสีฟ้ามีลาย
สดใสเหลือเกิน
เราอยู่ด้วยกันถึงเที่ยงคืนกว่าๆ
ก็พากันกลับ
ฝนยังไม่หยุดตก
ฉันให้เทอใส่เสื้อกันฝน
แต่เทอไม่ยอมใส่
กลัวไม่หล่อ ไม่เท่
ให้ยืมร่มก็ไม่เอา เกรงใจ
...
...
แล้วสุดท้ายฉันก็บังคับให้กางร่มกลับหอ
..
..
เมื่อไหร่ค่ำคืนนี้จะหมุนมาถึงอีก
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
วันที่มีความสุขที่สุด
เดินในงานปีใหม่ เห็นไนท์เดินมากับเพื่อน เลยเข้าไปขอถ่ายรูปด้วยขอบคุณสำหรับรอยยิ้มในวันนั้น ถึงแม้ว่าไนท์จะไม่คุย ไม่ทักทาย ไม่ถามฉันสักคำแต่ แค่ได้เห็นหน้าเทอ ก็สุขใจ..
วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552
ตัดสินใจเลือกทางเดิน
ถึงแม้ว่าสิ่งที่ฉันหวังไว้จะไม่มีวันเป็นจิง
แต่ในเมื่อฉันเลือกทางเดินนี้แล้ว
ฉันจะอดทนต่อไป
ฉันจะรอ
เมื่อวานก่อนที่พี่จะขึ้นไปรร.
พี่โทมาบอกว่าจะไม่มาหาฉัน
เพราะว่าจะรีบกลับ
ไปเถอะ
ไปดีนะ ขอให้โชคดีนะ
เรื่องมานเศร้า น้ำตาไหลหลังจากพี่วางสายไป
สองคืนที่ผ่านมา เป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดที่สุด เพราะฉันรู้ว่าพี่นอนกับผู้หญิงคนนั้น
แต่ฉันก็ยังบอกตัวเองว่ายังไงก็จะรอ
รอสักวันพี่จะต้องกลับคืนมาเป็นของฉัน
ผ่านไปได้สักพัก พี่เคาะประตูห้องเพื่อนฉันหอในเมืองที่ฉันไปพักด้วย
พี่มาหาฉันจิงๆ
พี่เห็นฉันกำลังร้องไห้
พี่ไม่พูดอะไร
ฉันลงไปส่งพี่ข้างล่างหอ
เราสองคนต่างมองหน้า
รู้สึกปวดร้าวจนตัวสั่น
พี่ที่ยืนอยู่ตรงนี้ เมื่อคืนนอนกับผู้หญิงคนอื่น
ทำไมมันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน
ผู้หญิงคนนั้นกลับไปแล้ว
พี่ถึงยอมมาเจอฉัน แต่พี่ก็ไม่พูดอะไรสักคำ
แต่สิ่งที่ฉันมั่นใจได้ตอนนั้นคือ ยังไงฉันก็จะรอ และยอมให้อภัยพี่
เมื่อวานตอนเย็นพอพี่ไปถึงรรง
พี่ได้โทมาบอกด้วยว่า กลับไปถึงแล้ว
เวลานั้นฉันเฝ้าแม่พี่ที่ป่วยอยู่รพ.
พร้อมด้วยพี่ชายพี่สะใภ้ของพี่
กำลังใจที่พวกพี่ๆเขาให้กับฉัน
ทำใหฉันยังพอมีความหวังที่จะก้าวเดินต่อไปในเส้นทางนี้
ฉันจะรอ
วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2552
ยินยอม
1. สิ่งที่มองไม่เห็น
พยายามตัดใจ และทำที่จะปล่อยวางเรื่องที่มันร้ายๆไปได้แล้ว
วันเวลาผ่านไปได้4-5เดือน
พี่ก็โผล่เข้ามาอีก ชวนไปบ้าน พาไปแนะนำให้ญาติๆรู้จัก ฉันยังงงๆ
กับสิ่งที่ทำ แต่ว่าความรู้สึกไม่สนใจแล้ว เจ็บแต่ไม่เป็นไรขอแค่ได้เจอพี่ ความรู้สึกตอนนั้นนะ
ขึ้นไปบ้านพี่สองวันกับหนึ่งคืน
พี่ไม่ค่อยสนใจฉัน
แต่ญาติๆพี่ทุกคนต่างให้กำลังใจฉัน
ทุกคนไม่อยากให้พี่ไปกะผู้หญิงคนนั้น
พี่ยอมไปบ้านฉัน แต่กว่าจะยอมไป ...พี่เขาโลเลตั้งนาน
ไปได้4วัน3คืน
บางขณะของวันดูพี่มีความสุขดี
แต่บางเวลาเหมือนพี่คิดถึงคนอื่น
พี่เป็นกังวลถึงเรื่องอื่น
แต่ฉันกำลังหลอกตัวเอง หลอกความรู้สึกตัว
ไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องราวที่ผ่านมา
ต่างคนต่างยิ้มให้กัน
แต่ภายในใจมันเจ็บปวดลึกๆ
สิ่งที่ฉันตั้งคำถามอยู่ในใจตลอดเวลา ก็ไม่กล้าถาม ว่าสรุปแล้วพี่จะเอายังไงกับฉัน
คิดแค่ว่าเวลานั้นมีพี่อยู่ใกล้ๆก็พอแล้ว ไม่สนใจความรู้สึกใคร แม้กระทั่งพ่อ แม่ และพี่ๆ
ก็สิ่งที่ฉันต้องการทำคือ อยากให้พี่ไปบ้านฉันให้ได้สักครั้งหนึ่ง
ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม และสุดท้ายพี่ก็ยอมไป แต่ฉันก็ต้องยอมเจ็บปวด เพราะใจพี่ไม่ได้อยู่ที่ฉัน
เรื่องเลวร้ายกำลังจะหมดไปใช่ไหม ก็ในเมื่อพี่ก็พาฉันไปรู้จักญาติๆพี่ และยอมไปรู้จักญาติฉัน
แต่ว่า สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นกำลังจะเกิด
มันเพิ่งเกิดเมื่อกี้นี้เอง
2. ความหวัง
หลังจากที่เรากลับจากบ้านฉันตอนปีใหม่ พี่ก็ไม่ได้โทมาเลย
จนเมื่อวันพฤหัสที่แล้ว ญาติพี่โทมาบอกว่าแม่พี่ป่วยหนัก อยุ่ห้องไอซียู
และให้ฉันไปเฝ้าเป็นเพื่อพี่หน่อย
พี่ไม่ค่อยอยากให้ไป
แต่ฉันก็ไป เพราะมันเป็นเพียงโอกาสเดียว ที่ฉันจะได้เจอหน้าพี่ และฉันก็อยากไปเยี่ยมแม่พี่ด้วย
ตัดสินใจไป แต่สิ่งที่ฉันได้รับก็คือ พี่เย็นชากับฉัน ฉันรู้ว่าพี่กลุ้มใจเรื่องแม่ป่วยหนัก และฉันรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังโทมา
ทุกครั้งที่พี่คุยโทสับกะขา พี่จะคุยไม่ดีกับฉัน
ฉันบอกกับตัวเองว่าต้องอดทน เพราะยังไงฉันก็จะทำให้ได้พี่กลับคืนมา
ไม่ว่าจะเหมือนเดิมหรือไม่ แต่ฉันเชื่อว่ามันต้องดีกว่าเดิม ฉันหวังอย่างงั้น
วันที่สองแล้วที่แม่พี่นอนป่วยอยู่ห้องไอซียู ฉันไปเยี่ยมครั้งที่สอง พี่คุยกับฉันดีขึ้น
วันที่สามแม่พี่ป่วยหนักต้องฟอกไต เย็นนนัน้เราสองคนนั่งเฝ้าแม่พี่อยุ่หน้าห้อง พี่บอกอาการของแม่พี่ และเริ่มคุยกะฉันในเรื่องอื่นๆที่พี่ไม่สบายใจให้ฉันฟัง
ฉันรับรู้ได้เลยว่า พี่ก็ยังมีฉันอยู่ในใจ ฉันแอบหวังแบบนั้น
วันที่สามฉันไปเยี่ยมแม่พี่อีก ตอนที่เรานั่งกินข้าวด้วยกัน ผู้หญิงคนนั้นโทมา น้ำเสียงและสีหน้าของพี่เปลี่ยนไป พี่ไม่ยอมหันหน้ามาทางฉัน
พี่พยายามพูดเสียงเบาที่สุด เพื่อไม่ให้ฉันรู้ว่าคุยอะไร แต่ฉันรู้ว่ากำลังคุยกะผู้หญิงคนนั้น
น่าเจ็บใจนัก ฉันแกล้งเรียกชื่อพี่อยู่ใกล้ๆโทรศัพท์ เพื่อให้"มัน" ได้รู้ว่าพี่อยู่กะฉัน
พี่ไม่คุยต่อ รีบตัดสายไป และก็ทำหน้างอใส่ฉัน
แต่ฉันยังมีความหวังอีกว่า ฉันจะต้องได้พี่กลับมา
3. สูญสิ้นความหวัง
เมื่อวานเป็นวันศุกร์ ฉันรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นต้องมาเยี่ยมแม่พี่แน่ๆ แล้วมันก็จิง เมื่อคืนตอนสี่ทุ่มครึ่งฉันโทไป
ผู้หญิงคนนั้นรับสายจริงๆ
-ขอสายพี่...ค่ะ
เสียงฉันสั่น พี่อยู่กับผู้หญิงคนนั้นจิงๆด้วย
-พี่นอนกับผู้หญิงคนนั้นหรอ
พี่ตอบ
-ไม่ใช่ บอกว่าอยู่บ้านครูคนอื่นกัน
แต่ฉันไม่เชื่อ คิดไปต่างๆนานา
เราคุยกันยังไม่ทันรู้เรื่องโทสับก็ถูกตัดสายไป
ฉันปล่อยโฮเป็นชั่วโมง
ผ่านไปชั่วโมงกว่า ครูผู้ชาย(พี่คนนั้น)ที่เคยโทมาเล่าเรื่องของพี่กับผู้หญิงคนนั้นก็โทมา
ฉันอยากรู้ รีบรับสายทันที
พี่คนนั้นเล่าให้ฉันฟังว่าเมื่อวานครูผู้หญิงคนนั้นได้ย้ายกลับไปบ้านเกิดมันแล้ว
พวกครูที่นั่นพากันไปส่งครูคนนั้น(ระยะทาง200กม)
แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นมันวกกลับมาเยี่ยมแม่พี่และมาหาพี่
พี่คนนั้นบอกว่าให้ฉันหายกังวลได้เลย เพราะว่าผู้หญิงคนนั้นจะต้องหายไปจากชีวิตพี่ เพราะความห่างไกล
และสิ่งที่ฉันคิดก็คือ ฉันจะอดทนรอพี่ ต่อไป
มันไปได้ก็ดี
เมื่อเช้าฉันโทไปหาพี่แต่เช้า เพราะว่านอนไม่หลับทั้งคืน และยังรู้สึกตื่นเช้าอีก
พี่รับสาย
และมีเสียงผู้หญิงคนนั้นลอดเข้ามาในสาย
มันก็คงอยากให้ฉันรู้ว่ามันอยู่กะพี่
เราคุยกันได้สักพักพี่ก็ตัดสายไปอีก
ตอนเที่ยงฉันเกิดอยากให้ผู้หญิงคนนั้นมันได้รู้บ้างว่าพี่กับฉันไปไหนกันมาช่วงปิดปีใหม่
ฉันเลยส่งข้อความว่า "พี่...คะ รูปงานปีใหม่ที่เราไปเที่ยวบ้านพี่และบ้านฉันอัดเสร็จแล้วนะเด๋วถ้าพรุ่งนี้ว่างจะเอาไปให้ดู"
พี่คงจะไม่พอใจมาก เพราะว่ามือถือที่พี่ถืออยู่เป็นของผู้หญิงคนนั้น และแน่นอนข้อความนี้ ต้องผ่านการอ่านจากผู้หญิงคนนั้นก่อน
หลังจากส่งข้อความแล้ว สิ่งที่ฉันกลัวคือ กลัวพี่จะโกรธฉัน เพราะว่าความลับของพี่แตกไปแล้ว
แต่ก็ยังนึกสะใจอยู่ไม่น้อยเลย ที่อย่างน้อยให้"มัน"ได้รับรู้ซะบ้างว่าความเจ็บปวดที่มันเคยทำกับฉันเป็นยังไง
และแล้วพี่ก็โทกลับมาหลังจากอ่านข้อความเสร็จ
ฉันไม่ได้รับทันทีเพราะว่าขับมอไซค์อยู่
เมื่อมาถึงหอเพื่อนในเมือง
พี่โทมาอีกรอบ
แต่ยังไม่ทันรับ
ฉันว่าจะโทกลับไป แต่คิดว่าที่พี่โทมาต้องเป็นเรื่องข้อความที่ส่งไปแน่ๆ เพราะว่าอีผู้หญิงคนนั้นมันต้องถามถึงเรื่องในข้อความ
ฉันนั่งทำใจสักพัก รวบรวมความกล้า โทกลับไปหาพี่
พี่ถามว่าฉันส่งข้อความไปหาพี่ทำไม
ฉันเลยบอกว่าฉันอัดรูปเสจแล้วและว่าจะเอามาให้ดูกัน
พี่รีบตัดคำว่า ไม่อยากดู
และพี่ก็พูดว่า สิ่งที่ฉันทำไปนั้น ทำให้พี่ยุ่ง วุ่นวาย เอาละซิ ผุ้หญิงคนนั้นมันคงกำลังออเซาะถามพี่อยุ่ข้างๆพี่
ฉันรีบบอกวางสายไปเพราะกลัวพี่จะว่าฉันต่อหน้ามัน เดี๋ยวมันจะได้ใจ
สามชั่วโมงถัดมาฉันก็โทไปหาพี่อีก พเอถามอาการของแม่พี่
และแล้วพี่ฉันหลงไปถามว่า เคืองหรือ ที่ส่งข้อความไป
พี่เลยตะคอกใส่ฉันเลยว่า ส่งข้อความมาทำไม
และบอกว่า ห้ามฉันโทไปหาพี่อีก ไม่โทมาอีกเลย (พี่พูดแบบนี้ให้ฉันดดยที่มีผู้หญิงคนนั้นอยู่ด้วย)
มันคงจะสะใจที่พี่พูดกับฉันแบบนั้น
มันน่าเจ็บใจนัก
ความดีที่ฉันทำมาตลอด ต้องพังลงเพราะตัวฉันเอง
ฉันคิดว่าฉันจะยังไม่ยอมหยุดแค่นี้หรอก
เพราะว่าพรุ่งนี้ผู้หญิงงคนนั้นก็ไปแล้ว
แค่วันนี้ฉันอดทนให้มากกว่านี้
4.ภาวะจำยอม
คืนนี้พี่ก็คงยังอยู่กับผู้หญิงคนนั้นที่ที่ฉันเคยไปนั่งกับพี่ ตรงหน้าห้องไอซียู
พี่ไม่ยอมให้ฉันไปเยี่ยมแม่พี่
และบอกว่าไม่จำเป็นต้องไป
พี่ไม่รักษาน้ำใจฉันเลย
ฉันตอนนี้สักดิ์ศรีไม่มีเหลือ
ในเมื่อมันหมดไป ไม่มีเหลือแล้ว
ก็ให้มันถึงที่สุด
ฉันจะยอม ยอม ยอมให้วันนี้เป็นของมัน แต่สักวันต้องเป็นวันของฉัน
พยายามตัดใจ และทำที่จะปล่อยวางเรื่องที่มันร้ายๆไปได้แล้ว
วันเวลาผ่านไปได้4-5เดือน
พี่ก็โผล่เข้ามาอีก ชวนไปบ้าน พาไปแนะนำให้ญาติๆรู้จัก ฉันยังงงๆ
กับสิ่งที่ทำ แต่ว่าความรู้สึกไม่สนใจแล้ว เจ็บแต่ไม่เป็นไรขอแค่ได้เจอพี่ ความรู้สึกตอนนั้นนะ
ขึ้นไปบ้านพี่สองวันกับหนึ่งคืน
พี่ไม่ค่อยสนใจฉัน
แต่ญาติๆพี่ทุกคนต่างให้กำลังใจฉัน
ทุกคนไม่อยากให้พี่ไปกะผู้หญิงคนนั้น
พี่ยอมไปบ้านฉัน แต่กว่าจะยอมไป ...พี่เขาโลเลตั้งนาน
ไปได้4วัน3คืน
บางขณะของวันดูพี่มีความสุขดี
แต่บางเวลาเหมือนพี่คิดถึงคนอื่น
พี่เป็นกังวลถึงเรื่องอื่น
แต่ฉันกำลังหลอกตัวเอง หลอกความรู้สึกตัว
ไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องราวที่ผ่านมา
ต่างคนต่างยิ้มให้กัน
แต่ภายในใจมันเจ็บปวดลึกๆ
สิ่งที่ฉันตั้งคำถามอยู่ในใจตลอดเวลา ก็ไม่กล้าถาม ว่าสรุปแล้วพี่จะเอายังไงกับฉัน
คิดแค่ว่าเวลานั้นมีพี่อยู่ใกล้ๆก็พอแล้ว ไม่สนใจความรู้สึกใคร แม้กระทั่งพ่อ แม่ และพี่ๆ
ก็สิ่งที่ฉันต้องการทำคือ อยากให้พี่ไปบ้านฉันให้ได้สักครั้งหนึ่ง
ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม และสุดท้ายพี่ก็ยอมไป แต่ฉันก็ต้องยอมเจ็บปวด เพราะใจพี่ไม่ได้อยู่ที่ฉัน
เรื่องเลวร้ายกำลังจะหมดไปใช่ไหม ก็ในเมื่อพี่ก็พาฉันไปรู้จักญาติๆพี่ และยอมไปรู้จักญาติฉัน
แต่ว่า สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นกำลังจะเกิด
มันเพิ่งเกิดเมื่อกี้นี้เอง
2. ความหวัง
หลังจากที่เรากลับจากบ้านฉันตอนปีใหม่ พี่ก็ไม่ได้โทมาเลย
จนเมื่อวันพฤหัสที่แล้ว ญาติพี่โทมาบอกว่าแม่พี่ป่วยหนัก อยุ่ห้องไอซียู
และให้ฉันไปเฝ้าเป็นเพื่อพี่หน่อย
พี่ไม่ค่อยอยากให้ไป
แต่ฉันก็ไป เพราะมันเป็นเพียงโอกาสเดียว ที่ฉันจะได้เจอหน้าพี่ และฉันก็อยากไปเยี่ยมแม่พี่ด้วย
ตัดสินใจไป แต่สิ่งที่ฉันได้รับก็คือ พี่เย็นชากับฉัน ฉันรู้ว่าพี่กลุ้มใจเรื่องแม่ป่วยหนัก และฉันรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังโทมา
ทุกครั้งที่พี่คุยโทสับกะขา พี่จะคุยไม่ดีกับฉัน
ฉันบอกกับตัวเองว่าต้องอดทน เพราะยังไงฉันก็จะทำให้ได้พี่กลับคืนมา
ไม่ว่าจะเหมือนเดิมหรือไม่ แต่ฉันเชื่อว่ามันต้องดีกว่าเดิม ฉันหวังอย่างงั้น
วันที่สองแล้วที่แม่พี่นอนป่วยอยู่ห้องไอซียู ฉันไปเยี่ยมครั้งที่สอง พี่คุยกับฉันดีขึ้น
วันที่สามแม่พี่ป่วยหนักต้องฟอกไต เย็นนนัน้เราสองคนนั่งเฝ้าแม่พี่อยุ่หน้าห้อง พี่บอกอาการของแม่พี่ และเริ่มคุยกะฉันในเรื่องอื่นๆที่พี่ไม่สบายใจให้ฉันฟัง
ฉันรับรู้ได้เลยว่า พี่ก็ยังมีฉันอยู่ในใจ ฉันแอบหวังแบบนั้น
วันที่สามฉันไปเยี่ยมแม่พี่อีก ตอนที่เรานั่งกินข้าวด้วยกัน ผู้หญิงคนนั้นโทมา น้ำเสียงและสีหน้าของพี่เปลี่ยนไป พี่ไม่ยอมหันหน้ามาทางฉัน
พี่พยายามพูดเสียงเบาที่สุด เพื่อไม่ให้ฉันรู้ว่าคุยอะไร แต่ฉันรู้ว่ากำลังคุยกะผู้หญิงคนนั้น
น่าเจ็บใจนัก ฉันแกล้งเรียกชื่อพี่อยู่ใกล้ๆโทรศัพท์ เพื่อให้"มัน" ได้รู้ว่าพี่อยู่กะฉัน
พี่ไม่คุยต่อ รีบตัดสายไป และก็ทำหน้างอใส่ฉัน
แต่ฉันยังมีความหวังอีกว่า ฉันจะต้องได้พี่กลับมา
3. สูญสิ้นความหวัง
เมื่อวานเป็นวันศุกร์ ฉันรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นต้องมาเยี่ยมแม่พี่แน่ๆ แล้วมันก็จิง เมื่อคืนตอนสี่ทุ่มครึ่งฉันโทไป
ผู้หญิงคนนั้นรับสายจริงๆ
-ขอสายพี่...ค่ะ
เสียงฉันสั่น พี่อยู่กับผู้หญิงคนนั้นจิงๆด้วย
-พี่นอนกับผู้หญิงคนนั้นหรอ
พี่ตอบ
-ไม่ใช่ บอกว่าอยู่บ้านครูคนอื่นกัน
แต่ฉันไม่เชื่อ คิดไปต่างๆนานา
เราคุยกันยังไม่ทันรู้เรื่องโทสับก็ถูกตัดสายไป
ฉันปล่อยโฮเป็นชั่วโมง
ผ่านไปชั่วโมงกว่า ครูผู้ชาย(พี่คนนั้น)ที่เคยโทมาเล่าเรื่องของพี่กับผู้หญิงคนนั้นก็โทมา
ฉันอยากรู้ รีบรับสายทันที
พี่คนนั้นเล่าให้ฉันฟังว่าเมื่อวานครูผู้หญิงคนนั้นได้ย้ายกลับไปบ้านเกิดมันแล้ว
พวกครูที่นั่นพากันไปส่งครูคนนั้น(ระยะทาง200กม)
แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นมันวกกลับมาเยี่ยมแม่พี่และมาหาพี่
พี่คนนั้นบอกว่าให้ฉันหายกังวลได้เลย เพราะว่าผู้หญิงคนนั้นจะต้องหายไปจากชีวิตพี่ เพราะความห่างไกล
และสิ่งที่ฉันคิดก็คือ ฉันจะอดทนรอพี่ ต่อไป
มันไปได้ก็ดี
เมื่อเช้าฉันโทไปหาพี่แต่เช้า เพราะว่านอนไม่หลับทั้งคืน และยังรู้สึกตื่นเช้าอีก
พี่รับสาย
และมีเสียงผู้หญิงคนนั้นลอดเข้ามาในสาย
มันก็คงอยากให้ฉันรู้ว่ามันอยู่กะพี่
เราคุยกันได้สักพักพี่ก็ตัดสายไปอีก
ตอนเที่ยงฉันเกิดอยากให้ผู้หญิงคนนั้นมันได้รู้บ้างว่าพี่กับฉันไปไหนกันมาช่วงปิดปีใหม่
ฉันเลยส่งข้อความว่า "พี่...คะ รูปงานปีใหม่ที่เราไปเที่ยวบ้านพี่และบ้านฉันอัดเสร็จแล้วนะเด๋วถ้าพรุ่งนี้ว่างจะเอาไปให้ดู"
พี่คงจะไม่พอใจมาก เพราะว่ามือถือที่พี่ถืออยู่เป็นของผู้หญิงคนนั้น และแน่นอนข้อความนี้ ต้องผ่านการอ่านจากผู้หญิงคนนั้นก่อน
หลังจากส่งข้อความแล้ว สิ่งที่ฉันกลัวคือ กลัวพี่จะโกรธฉัน เพราะว่าความลับของพี่แตกไปแล้ว
แต่ก็ยังนึกสะใจอยู่ไม่น้อยเลย ที่อย่างน้อยให้"มัน"ได้รับรู้ซะบ้างว่าความเจ็บปวดที่มันเคยทำกับฉันเป็นยังไง
และแล้วพี่ก็โทกลับมาหลังจากอ่านข้อความเสร็จ
ฉันไม่ได้รับทันทีเพราะว่าขับมอไซค์อยู่
เมื่อมาถึงหอเพื่อนในเมือง
พี่โทมาอีกรอบ
แต่ยังไม่ทันรับ
ฉันว่าจะโทกลับไป แต่คิดว่าที่พี่โทมาต้องเป็นเรื่องข้อความที่ส่งไปแน่ๆ เพราะว่าอีผู้หญิงคนนั้นมันต้องถามถึงเรื่องในข้อความ
ฉันนั่งทำใจสักพัก รวบรวมความกล้า โทกลับไปหาพี่
พี่ถามว่าฉันส่งข้อความไปหาพี่ทำไม
ฉันเลยบอกว่าฉันอัดรูปเสจแล้วและว่าจะเอามาให้ดูกัน
พี่รีบตัดคำว่า ไม่อยากดู
และพี่ก็พูดว่า สิ่งที่ฉันทำไปนั้น ทำให้พี่ยุ่ง วุ่นวาย เอาละซิ ผุ้หญิงคนนั้นมันคงกำลังออเซาะถามพี่อยุ่ข้างๆพี่
ฉันรีบบอกวางสายไปเพราะกลัวพี่จะว่าฉันต่อหน้ามัน เดี๋ยวมันจะได้ใจ
สามชั่วโมงถัดมาฉันก็โทไปหาพี่อีก พเอถามอาการของแม่พี่
และแล้วพี่ฉันหลงไปถามว่า เคืองหรือ ที่ส่งข้อความไป
พี่เลยตะคอกใส่ฉันเลยว่า ส่งข้อความมาทำไม
และบอกว่า ห้ามฉันโทไปหาพี่อีก ไม่โทมาอีกเลย (พี่พูดแบบนี้ให้ฉันดดยที่มีผู้หญิงคนนั้นอยู่ด้วย)
มันคงจะสะใจที่พี่พูดกับฉันแบบนั้น
มันน่าเจ็บใจนัก
ความดีที่ฉันทำมาตลอด ต้องพังลงเพราะตัวฉันเอง
ฉันคิดว่าฉันจะยังไม่ยอมหยุดแค่นี้หรอก
เพราะว่าพรุ่งนี้ผู้หญิงงคนนั้นก็ไปแล้ว
แค่วันนี้ฉันอดทนให้มากกว่านี้
4.ภาวะจำยอม
คืนนี้พี่ก็คงยังอยู่กับผู้หญิงคนนั้นที่ที่ฉันเคยไปนั่งกับพี่ ตรงหน้าห้องไอซียู
พี่ไม่ยอมให้ฉันไปเยี่ยมแม่พี่
และบอกว่าไม่จำเป็นต้องไป
พี่ไม่รักษาน้ำใจฉันเลย
ฉันตอนนี้สักดิ์ศรีไม่มีเหลือ
ในเมื่อมันหมดไป ไม่มีเหลือแล้ว
ก็ให้มันถึงที่สุด
ฉันจะยอม ยอม ยอมให้วันนี้เป็นของมัน แต่สักวันต้องเป็นวันของฉัน
วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2552
ใกล้-ไกล
จ่าย15บาทเพื่อให้ได้เขียน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเพียงไม่นาน เราก็ห่างกันเกือบปีแล้ว
ปีใหม่ที่ผ่านมาฉันเห็นเทอ เจอเทอ แต่ว่าเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
เมื่อวานฉันก็เพิ่งเห็นเทอ
แต่ก็ยิ่งมั่นใจว่าเราไม่รู้จักกัน
เทอทำเหินห่างกะฉันมากมาย สิ่งที่ฉันคิดว่าเป็นไปได้ก็เป็นไปได้ สิ่งที่ฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปไม่ได้
ความรู้สึกลึกๆรู้อยู่แก่ใจมาตลอด
ว่าสิ่งที่ฉันหวังจะไม่ได้สมหวัง
คำตอบมันชัดเจนแล้ววันนี้
สงบจมจ่อมอยู่ในพวังค์ได้พักใหญ่แล้ว
แต่แล้วเมื่อได้เจอหน้าเทอ ฉันก็เสียใจและร้องไห้อีก
อยากได้เทอมาเหมือนเดิม
ทำทุกอย่าง
ศักดิ์ศรีไม่เหลือแล้ว
ก็เพื่อให้ได้เทอกลับมา
ไม่ว่าจะยังไงก็ช่าง
ฉันจะอดทนรอ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเพียงไม่นาน เราก็ห่างกันเกือบปีแล้ว
ปีใหม่ที่ผ่านมาฉันเห็นเทอ เจอเทอ แต่ว่าเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
เมื่อวานฉันก็เพิ่งเห็นเทอ
แต่ก็ยิ่งมั่นใจว่าเราไม่รู้จักกัน
เทอทำเหินห่างกะฉันมากมาย สิ่งที่ฉันคิดว่าเป็นไปได้ก็เป็นไปได้ สิ่งที่ฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปไม่ได้
ความรู้สึกลึกๆรู้อยู่แก่ใจมาตลอด
ว่าสิ่งที่ฉันหวังจะไม่ได้สมหวัง
คำตอบมันชัดเจนแล้ววันนี้
สงบจมจ่อมอยู่ในพวังค์ได้พักใหญ่แล้ว
แต่แล้วเมื่อได้เจอหน้าเทอ ฉันก็เสียใจและร้องไห้อีก
อยากได้เทอมาเหมือนเดิม
ทำทุกอย่าง
ศักดิ์ศรีไม่เหลือแล้ว
ก็เพื่อให้ได้เทอกลับมา
ไม่ว่าจะยังไงก็ช่าง
ฉันจะอดทนรอ
วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551
บรรยากาศหนาว หนาว แต่ใจไม่เหงา
บรรยากาศช่วงนี้ เย็นสบาย
จิตใจก็สงบลงแล้ว
ชีวิตกลับมามาเป็นเหมือนเดิม
วันเวลาผ่านไปช้าๆ
ความรู้สึกดีกับตัวเองเพิ่มเข้ามาอีกหลายเท่า
กินอิ่ม นอนหลับ
จนกระโปรง กางเกงคับไปหลายตัว เฮ้อ สบายใจแล้วก็กินเยอะอีกละ
สงสัยคงต้องหาเรื่องให้ปวดหัวจนกินไม่ได้นอนไม่หลับอีกแล้วม้าง 555 เด๋วก็ได้มานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าแบบเดิม เหอๆๆ
ช่วงนี้กำลังวุ่นอยู่กับการถักผ้าพันคอด้วยอีซี่นิต
ผ่านมาได้3วัน ถักได้3ผืนแล้ว
เตรียมส่งไปพี่สาวที่แดนไกลที่สวิตเซอแลนด์(เมืองไทย)
เพราะอากาศที่นั่นหนาวสุดๆๆ จากที่เคยไปสัมผัสมาแล้ว
ใจที่สบาย เพราะว่าได้ปล่อยวางแล้ว
...
วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551
การเขียนหนังสือราชการ
การเขียนหนังสือราชการ” ไม่ค่อยจะมีสอนในสถานศึกษาแห่งใด ให้ถึงระดับที่เรียกว่าเขียนดี ข้าราชการการแต่ละคนจึงต้องเรียนการเขียนหนังสือราชการจากหัวหน้า ศึกษาจากเรื่องเดิมกันตลอด ดังนั้น ฉัน จึงได้เสนอวิธีปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
เทคนิควิธีปฏิบัติ
การเขียนหนังสือราชการที่ดีควรมีการร่างเสียก่อน โดยผู้ร่างต้องศึกษาเรื่องให้รู้และเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง และจับประเด็นที่เป็นเหตุ และความมุ่งหมายของการเขียน (ซึ่งเป็นผล) ว่าจะเขียนไปเพื่ออะไร วางเค้าโครงไว้ในใจ แล้วลงมือร่างโดยลำดับวรรคตอนดังนี้
א. วรรคแรก ขึ้นต้นเริ่มใจความที่เป็นเหตุก่อน เหตุที่ว่านี้อาจมาจากหลายทาง
เช่น 1. จากผู้มีหนังสือไปเอง โดยปรากฎข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผู้มีหนังสือไปมีความประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ตัวอย่าง 1.1 “เนื่องจากได้ทราบว่า ท่านมีความประสงค์จะบริจาค… ให้แก่…”
1.2 “ตามหนังสือที่อ้างถึง จังหวัดได้ขอความอนุเคราะห์…นั้น”
1.3 “อนุสนธิหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่อ้างถึง แจ้งมติว่า…นั้น”
2. จากบุคคลภายนอก โดยบุคคลภายนอกเขาว่ามา หรือขอมา ตัวอย่าง
2.1 “ด้วยกรม…แจ้งมาว่า…”
2.2 “ด้วยนาย…ได้ยื่นเรื่องราวให้พิจารณา…”
3 จากสาเหตุที่ปรากฎขึ้นเอง เช่น ความเสียหายเกิดขึ้น ตัวอย่าง
3.1 “ด้วยได้เกิดอุทกภัยที่…”
3.2 “ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดของ…หายไป 1 เครื่อง”
3.3 “ตามที่ได้มีข่าวในหนังสือพิมพ์ ว่า…นั้น”ข้อสังเกต
1. แบบที่ยกเหตุขึ้นมาใหม่ โดยไม่ได้อ้างเรื่องที่เคยติดต่อกับผู้รับหนังสือมาก่อน จะขึ้นต้นด้วยคำว่า “ด้วย” หรือ “เนื่องจาก” และไม่มีคำว่า “นั้น” ท้ายวรรค
2. แบบที่อ้างถึงเรื่องเดิมที่เคยติดต่อกันมา หรือเป็นที่ทราบกันอยู่ก่อน ซึ่งจะขึ้นต้นด้วยคำว่า “ตาม” หรือ “ตามที่” หรือ “อนุสนธิ” แล้วจะต้องลงท้ายวรรคด้วยคำว่า “นั้น”ב
. วรรคที่สอง เป็นข้อความที่เป็นผล หรือ คำขอ คำสั่ง คำอนุมัติ หรือ ข้อตกลง ถ้ามีหลายข้อ ให้แยกเป็นข้อ ๆ เพื่อให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย ความใดท้าวความถึงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือเรื่องตัวอย่าง ควรพยายามระบุให้ชัดเจน พอที่ฝ่ายผู้รับจะค้นมาตรวจสอบได้สะดวก (ข้อควรคำนึง คือ ให้ผู้รับหนังสือเข้าใจถูกต้องตามความประสงค์ที่มีหนังสือไป) ตัวอย่าง
1. “เนื่องจากได้ทราบว่าท่านมีความประสงค์จะบริจาค…ให้แก่…สำนักงาน…จึงได้ให้นาย นาง นางสาว…เจ้าหน้าที่… ผู้ถือหนังสือนี้ มาพบท่านเพื่อปรึกษาตกลงในรายละเอียดที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ให้เป็นที่เรียบร้อยตามความประสงค์ของท่าน ต่อไป”
2. “ด้วยจังหวัดมีความประสงค์ที่จะได้หลักสูตรของโรงเรียน…ไปเพื่อ…จึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์กรม…ได้โปรดจัดส่งหลักสูตรดังกล่าวให้จังหวัด จำนวน 1 ชุดด้วย จักขอบคุณมาก”
3. “ตามหนังสือที่อ้างถึง จังหวัดได้ขอความอนุเคราะห์…นั้น บัดนี้ เวลาล่วงเลยมานานแล้ว จังหวัดยังไม่ได้รับทราบผลการพิจารณาเรื่องนี้แต่ประการใด จึงเรียนเตือนมาเพื่อขอได้โปรดพิจารณา และแจ้งผลให้จังหวัดทราบด้วย จักขอบคุณมาก” ג
. วรรคสุดท้าย เป็นข้อความที่ลงท้าย ของหนังสือราชการ ตัวอย่าง
1. “ตามที่ท่านขอให้จังหวัดดำเนินการ…นั้น จังหวัดได้แจ้งให้…เพื่อดำเนินการตามความประสงค์ของท่านแล้ว แต่…แจ้งว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างปิดภาคเรียน ต้องรอไปอีกประมาณ 2 เดือน ก็จะแล้วเสร็จ จึงเรียนมาเพื่อทราบ”“ตามที่ท่านแจ้งว่า…นั้นสำนักงาน…ได้แจ้งให้…ทราบ และดำเนินการตามความประสงค์ของท่านแล้วจึงเรียนมาเพื่อทราบ” ในการร่างหนังสือราชการนั้น นอกจากจะขึ้นต้น ลงท้าย และลำดับวรรคตอนให้ถูกต้องแล้ว ยังควรยึดหลักสำคัญบางประการ ดังนี้ ถูกต้องทั้งหลักภาษาไทย (หลักไวยากรณ์) และถูกหลักความนิยม ได้สาระสมบูรณ์และสิ้นกระแสความ ได้ความชัดเจน กะทัดรัด ไม่เยิ่นเย้อ ลำดับความได้ดี แต่ละวรรคตอนเป็นเอกภาพ มีความสัมพันธ์กลมกลื่นกัน ได้ความตรงตามประเด็น เน้นจุดที่ต้องการ ถ้อยคำสุภาพ และบรรลุจุดประสงค์ตามที่ต้องการ สิ่งที่พึงสังวร ไม่ควรใช้ “คำบังคับ” ในหนังสือที่มีไปถึงบุคคลหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ควรเปลี่ยนเป็นใช้ “คำขอร้อง” หรือ “ขอความร่วมมือ” แทน เช่นคำบังคับ เปลี่ยนเป็น(คำขอร้อง)ขอให้ส่ง โปรดส่ง
ให้ท่านไปติดต่อ โปรดไปติดต่อ
โปรดอนุญาตให้ตามความประสงค์ด้วย โปรดพิจารณาอนุญาตด้วยขอตั้งข้อสังเกตว่า ขอซ้อมความเข้าใจว่า
สรุป
1. เขียนเรื่องอะไร (เช่น เชิญ บอกให้ทราบ ถาม ตอบ ฯลฯ)
2. เขียนถึงใคร (เช่น ผู้ใหญ่ ผู้บังคับบัญชา ผู้เสมอกัน ผู้รับบริการทั่วไป ผู้ใต้บังคับบัญชา ฯลฯ)
3. เขียนทำไม (เช่น ขอความร่วมมือ ให้เขาเข้าใจ ให้เขาพิจารณา ให้เขาทราบ ให้เขาปฏิบัติให้พึงสังวรระมัดระวัง ฯลฯ)เขียนอย่างไร (เช่น ให้บรรลุจุดประสงค์ตามที่ต้องการ)
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่ทำงานในหน่วยงานราชการนะคะ
ไม่อยากจะบอกเลยว่า ทำงานในหน่วยงานราชการมาได้เกือบ2ปีแล้ว
แต่ว่าก็ยังไม่คล่องเหมือนกันกะการเขียนหนังสือราชการอะ คงต้องฝึกฝนไปเรื่อยๆอะ
และอีกอย่างงานที่รับผิดชอบก็ไม่ค่อยได้ร่างหนังสือราชการด้วย เลยไม่ค่อยฝึกฝนสักเท่าไหร่ค่ะ
เทคนิควิธีปฏิบัติ
การเขียนหนังสือราชการที่ดีควรมีการร่างเสียก่อน โดยผู้ร่างต้องศึกษาเรื่องให้รู้และเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง และจับประเด็นที่เป็นเหตุ และความมุ่งหมายของการเขียน (ซึ่งเป็นผล) ว่าจะเขียนไปเพื่ออะไร วางเค้าโครงไว้ในใจ แล้วลงมือร่างโดยลำดับวรรคตอนดังนี้
א. วรรคแรก ขึ้นต้นเริ่มใจความที่เป็นเหตุก่อน เหตุที่ว่านี้อาจมาจากหลายทาง
เช่น 1. จากผู้มีหนังสือไปเอง โดยปรากฎข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผู้มีหนังสือไปมีความประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ตัวอย่าง 1.1 “เนื่องจากได้ทราบว่า ท่านมีความประสงค์จะบริจาค… ให้แก่…”
1.2 “ตามหนังสือที่อ้างถึง จังหวัดได้ขอความอนุเคราะห์…นั้น”
1.3 “อนุสนธิหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่อ้างถึง แจ้งมติว่า…นั้น”
2. จากบุคคลภายนอก โดยบุคคลภายนอกเขาว่ามา หรือขอมา ตัวอย่าง
2.1 “ด้วยกรม…แจ้งมาว่า…”
2.2 “ด้วยนาย…ได้ยื่นเรื่องราวให้พิจารณา…”
3 จากสาเหตุที่ปรากฎขึ้นเอง เช่น ความเสียหายเกิดขึ้น ตัวอย่าง
3.1 “ด้วยได้เกิดอุทกภัยที่…”
3.2 “ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดของ…หายไป 1 เครื่อง”
3.3 “ตามที่ได้มีข่าวในหนังสือพิมพ์ ว่า…นั้น”ข้อสังเกต
1. แบบที่ยกเหตุขึ้นมาใหม่ โดยไม่ได้อ้างเรื่องที่เคยติดต่อกับผู้รับหนังสือมาก่อน จะขึ้นต้นด้วยคำว่า “ด้วย” หรือ “เนื่องจาก” และไม่มีคำว่า “นั้น” ท้ายวรรค
2. แบบที่อ้างถึงเรื่องเดิมที่เคยติดต่อกันมา หรือเป็นที่ทราบกันอยู่ก่อน ซึ่งจะขึ้นต้นด้วยคำว่า “ตาม” หรือ “ตามที่” หรือ “อนุสนธิ” แล้วจะต้องลงท้ายวรรคด้วยคำว่า “นั้น”ב
. วรรคที่สอง เป็นข้อความที่เป็นผล หรือ คำขอ คำสั่ง คำอนุมัติ หรือ ข้อตกลง ถ้ามีหลายข้อ ให้แยกเป็นข้อ ๆ เพื่อให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย ความใดท้าวความถึงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือเรื่องตัวอย่าง ควรพยายามระบุให้ชัดเจน พอที่ฝ่ายผู้รับจะค้นมาตรวจสอบได้สะดวก (ข้อควรคำนึง คือ ให้ผู้รับหนังสือเข้าใจถูกต้องตามความประสงค์ที่มีหนังสือไป) ตัวอย่าง
1. “เนื่องจากได้ทราบว่าท่านมีความประสงค์จะบริจาค…ให้แก่…สำนักงาน…จึงได้ให้นาย นาง นางสาว…เจ้าหน้าที่… ผู้ถือหนังสือนี้ มาพบท่านเพื่อปรึกษาตกลงในรายละเอียดที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ให้เป็นที่เรียบร้อยตามความประสงค์ของท่าน ต่อไป”
2. “ด้วยจังหวัดมีความประสงค์ที่จะได้หลักสูตรของโรงเรียน…ไปเพื่อ…จึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์กรม…ได้โปรดจัดส่งหลักสูตรดังกล่าวให้จังหวัด จำนวน 1 ชุดด้วย จักขอบคุณมาก”
3. “ตามหนังสือที่อ้างถึง จังหวัดได้ขอความอนุเคราะห์…นั้น บัดนี้ เวลาล่วงเลยมานานแล้ว จังหวัดยังไม่ได้รับทราบผลการพิจารณาเรื่องนี้แต่ประการใด จึงเรียนเตือนมาเพื่อขอได้โปรดพิจารณา และแจ้งผลให้จังหวัดทราบด้วย จักขอบคุณมาก” ג
. วรรคสุดท้าย เป็นข้อความที่ลงท้าย ของหนังสือราชการ ตัวอย่าง
1. “ตามที่ท่านขอให้จังหวัดดำเนินการ…นั้น จังหวัดได้แจ้งให้…เพื่อดำเนินการตามความประสงค์ของท่านแล้ว แต่…แจ้งว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างปิดภาคเรียน ต้องรอไปอีกประมาณ 2 เดือน ก็จะแล้วเสร็จ จึงเรียนมาเพื่อทราบ”“ตามที่ท่านแจ้งว่า…นั้นสำนักงาน…ได้แจ้งให้…ทราบ และดำเนินการตามความประสงค์ของท่านแล้วจึงเรียนมาเพื่อทราบ” ในการร่างหนังสือราชการนั้น นอกจากจะขึ้นต้น ลงท้าย และลำดับวรรคตอนให้ถูกต้องแล้ว ยังควรยึดหลักสำคัญบางประการ ดังนี้ ถูกต้องทั้งหลักภาษาไทย (หลักไวยากรณ์) และถูกหลักความนิยม ได้สาระสมบูรณ์และสิ้นกระแสความ ได้ความชัดเจน กะทัดรัด ไม่เยิ่นเย้อ ลำดับความได้ดี แต่ละวรรคตอนเป็นเอกภาพ มีความสัมพันธ์กลมกลื่นกัน ได้ความตรงตามประเด็น เน้นจุดที่ต้องการ ถ้อยคำสุภาพ และบรรลุจุดประสงค์ตามที่ต้องการ สิ่งที่พึงสังวร ไม่ควรใช้ “คำบังคับ” ในหนังสือที่มีไปถึงบุคคลหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ควรเปลี่ยนเป็นใช้ “คำขอร้อง” หรือ “ขอความร่วมมือ” แทน เช่นคำบังคับ เปลี่ยนเป็น(คำขอร้อง)ขอให้ส่ง โปรดส่ง
ให้ท่านไปติดต่อ โปรดไปติดต่อ
โปรดอนุญาตให้ตามความประสงค์ด้วย โปรดพิจารณาอนุญาตด้วยขอตั้งข้อสังเกตว่า ขอซ้อมความเข้าใจว่า
สรุป
1. เขียนเรื่องอะไร (เช่น เชิญ บอกให้ทราบ ถาม ตอบ ฯลฯ)
2. เขียนถึงใคร (เช่น ผู้ใหญ่ ผู้บังคับบัญชา ผู้เสมอกัน ผู้รับบริการทั่วไป ผู้ใต้บังคับบัญชา ฯลฯ)
3. เขียนทำไม (เช่น ขอความร่วมมือ ให้เขาเข้าใจ ให้เขาพิจารณา ให้เขาทราบ ให้เขาปฏิบัติให้พึงสังวรระมัดระวัง ฯลฯ)เขียนอย่างไร (เช่น ให้บรรลุจุดประสงค์ตามที่ต้องการ)
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่ทำงานในหน่วยงานราชการนะคะ
ไม่อยากจะบอกเลยว่า ทำงานในหน่วยงานราชการมาได้เกือบ2ปีแล้ว
แต่ว่าก็ยังไม่คล่องเหมือนกันกะการเขียนหนังสือราชการอะ คงต้องฝึกฝนไปเรื่อยๆอะ
และอีกอย่างงานที่รับผิดชอบก็ไม่ค่อยได้ร่างหนังสือราชการด้วย เลยไม่ค่อยฝึกฝนสักเท่าไหร่ค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)