เมื่อเจอเทอ
อะไรๆก็ดูง่ายขึ้นมาก
อยู่ใกล้ๆเทอแล้วสุขใจ และอุ่นใจ
เปล่า ฉันไม่ได้แอบรักเทอหรอกนะ
เทอเป็นเพื่อนผู้ชายคนเดียวของฉัน
ตั้งแต่เล็กจนโต
ฉันยังไม่กล้าคบเพื่อนที่เป็นผู้ชายเลย
แต่เทอเปนคนแรก ที่ฉันกล้าที่จะยอมรับและคบเป็นเพื่อนคนึง
สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง
เปล่า ฉันไม่ได้แอบชอบเทอเลย
แค่มีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอเทอ
อยู่ใกล้เทอแล้วไม่กลัวภัยใดๆ
มีความรู้สึกว่าเทอสามารถปกป้องเพื่อนคนนี้ได้
เทอกลับมาบ้านรอบนี้
เราก็เจอกันเช่นเคย
เรามีเวลาแบบเพื่อนด้วยกัน
ไปกินข้าวด้วยกัน
แชร์ความรู้ด้วยกัน
เทอช่วยต่อสายแลนในห้องให้ฉัน
จนสามารถเล่นเนตได้
ขอบคุณเทอจิงๆ
(ถ้าฉันมีเทอเป็นเพื่อนแบบนี้ไปตลอดก็คงดี)
ก่อนหน้าที่เทอจะกลับมาเจอกัน
ฉันได้ไปรู้จักกับน้องคนนึง
อ่อนแอ
ไม่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่
ฉันยอมรับว่าฉันชอบน้องเขา
แต่ฉันไม่เคยอุ่นใจเหมือนเวลาอยู่กะเทอ
น้องเขาไม่รักษาน้ำใจฉันสักเท่าไหร่
มันไม่ได้ชอบฉันจิง
แต่มันก็ยังมาหาฉัน
และด้วยความที่ฉันชอบ ก็เลยยอมให้มาหา
บางครั้งฉันก็เป็นฝ่ายชวนน้องเขามาเอง
สองวันที่ผ่านมา
ฉันพยายามทำใจลืมน้อง
และคิดว่าจะไม่ไปยุ่งด้วยแล้ว
จนเมื่อได้เจอเทอ
น้ำตาฉันแทบไหล
เหมือนได้เจอคนที่คุ้นเคย
คนที่ไม่เคยทำร้ายกัน เพื่อนฉันคนนี้
เทอเป็นเพื่อนที่ดี ดีจนฉันกลัวใจตัวเองมากมาย
แต่ยังไงซะ
พวกเราเพื่อนกัน
เทอ เพื่อนผู้ชายคนแรก
ขอบคุณเพื่อนที่ช่วยให้ใจที่เหงาๆ
ได้หายเหงาบ้างในบางเวลา
ฉันไม่ได้มีความหวังใดๆ
แต่อย่างน้อย
เทอเป็นเพื่อนผู้ชายคนนึง
ที่เวลามีเทอแล้วอุ่นใจ
สามารถเล่าได้ทุกเรื่อง
แต่เทอยังคงไม่ยอมบอกกะแฟนเทอเมื่อวานตอนเราไปกินข้าวกัน
เรื่องที่เทอมาหาฉัน มาเจอกัน
เรากินมื้อเที่ยงด้วยกัน
เราไปนั่งเล่นเนตใต้ตึกคณิตด้วยกัน
เทอสอนการโหลดเพลงแล้วเอาไฟล์เพลงมาลงเครื่องให้ฉัน
เทอพยายามสอนเกี่ยวกะการใช้โนตบุคให้ฉันมากมาย
เทอเป็นเหมือนฮีโร่ของฉัน
และฉันก็ช่วยลงรหัสพรอกซี่เพื่อให้เทอเล่นเอ็มในมอได้
เราต่างเป็นฮีโร่ให้กันและกัน
เรามีเวลานั่งเล่นเนตด้วยกันทั้งบ่าย
ตกเย็นเรากินมื้อเย็นด้วยกัน
ฉันพยายามหาเรื่องคุยกะเทอ
แต่เหมือนการมองตาของเราสองคนมันเปลี่ยนไป
หรือบางทีฉันอาจคิดมากไปเอง
ฉันกลัวใจตัวเองมากที่สุด
เพราะว่าตอนนี้ใจฉันว่าง
บวกกะเทอเป็นผู้ชายที่ฉันไว้ใจและอุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้
เทอกะฉัน เพื่อนกันตลอดไปแบบนี้ก็คงดี
แต่ทำไมวันนี้บรรยากาศมันเศร้าๆ
เมื่อคิดว่าเราเป็น "เพื่อน"กัน
มันดีแล้วไม่ใช่หรอ
ฉันคงไม่ได้หลงรักเพื่อนอย่างเทอไปนะ
ฉันคงเหงา
พอมีเพื่อนมาหาคนนึงก็จะรู้สึกหัวใจพองๆ
เพื่อนฉันก็มีเยอะแยะนะ
เจอกันก็รู้สึกดีใจ
แต่กับเทอ
พอได้เจอ
รู้สึกหัวใจมันพองๆ
รู้สึกอบอุ่นที่หัวใจ
รู้สึกพิเศษ
แต่ว่าฐานะเราเป็นออะไร
ฉันรู้ดี
เทอรู้ดี
เราต่างเป็นเพื่อนที่ดี
...
เทอ
เทอเพื่อนเพศชายคนเดียวของฉัน
เทอ ผู้ชายคนเดียว และคนแรกที่ให้กุหลาบในวันวาเลนไทน์กับฉัน
เทอ ผู้ชายที่ฉันอยู่ใกล้แล้วรู้สึกอบอุ่น
เทอ ผู้ชายคนที่ฉันอยู่ใกล้แล้วมีความสุข
ฉันสามรถยิ้มได้ทุกเวลา เมื่อเราเจอกัน
เทอ เพื่อนผู้ชายที่สามารถรับฟังฉันได้ทุกเรื่อง
เทอ สุภาพบุรุษในดวงใจ
ฉันชื่นชมเทอ คงไม่ผิด
เพราะเทอเป็นเพื่อนผู้ชายคนเดียวของฉัน
ฉันควรรักษาไว้ให้ดี เพื่อมิตรภาพที่ยาวนานของ "เรา"
ทำไมตอนนี้มันจี๊ดที่หน้าอกข้างซ้าย
เมื่อต้องพูดถึงเรื่องเทอ
หรือว่าฉันกำลังแอบปลื้มเพื่อนคนนี้
ไม่หรอกนะ
เทอเข้าใจฉันดี
ฉันแค่ดีใจ ที่มีเพื่อนอย่างเทอ
น้ำตามันจะไหล
คงเป็นเพราะว่าตื้นตันใจที่มีเทอมาเป็นเพื่อนชายของฉัน
ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นเลยจิงๆ
ไม่อยากถามใจตัวเอง
ให้ทุกอย่างคุกรุ่นอยู่ภายใน
อย่าได้รู้ว่าภายในนั้นเป็นเช่นไร
เพราะเมื่อเวลาผ่านไป
มันก็จะกลับมาสู่ปกติเหมือนเดิม
ฉันหวังว่าภาพของเราจะงดงามเช่นนี้ไปตลอดกาล
คงไม่มีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกแล้ว
"การแอบรักเพื่อน"
มันเป็นอะไรที่ต้องอดทนรอคอย
และเจ็บปวดเมื่อเห็นเทอไปกะคนของเทอ
ให้มันมีเพียงหนนั้น หนเดียวพอ
เทอคนนี้
กะฉันจะเป็นเพียงเพื่อนที่ดีต่อกัน
เท่านั้น
บอกกะใจตัวเอง
น้ำตาจะไหล
ทำไมวะ
เป็นเพราะว่าเพลงที่กำลังเปิดอยู่มันเศร้ามั้ง
ไม่เชื่อก็ลองหาฟังนะ
เพลง " Part of the list" ของ Ne-Yo
ไม่รู้ความหมายหรอก
แต่มันเศร้าได้ใจจิงๆ
ทำฉันน้ำตาจะไหล
ผู้ติดตาม
วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552
ความสุข ความสุข
มีความสุขที่สุดเลย
สุดๆไปเลย
ได้แค่นี้ก็สุขจนล้น
ไม่ต้องเป็นมากกว่านี้
ต่างคนต่างเบรคบ้าง
รอให้เทอพร้อม
ฉันก็พร้อมไปด้วยกัน
แต่ตอนนี้
ได้แค่นี้ก็สุข มากจนถึงมากที่สุดแล้ว
สุดๆไปเลย
ได้แค่นี้ก็สุขจนล้น
ไม่ต้องเป็นมากกว่านี้
ต่างคนต่างเบรคบ้าง
รอให้เทอพร้อม
ฉันก็พร้อมไปด้วยกัน
แต่ตอนนี้
ได้แค่นี้ก็สุข มากจนถึงมากที่สุดแล้ว
วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552
กินแค่พอให้หายหิว
ถ้าเราหาความสุขแบบถาวรไม่ได้
ก็จงพอใจกับความสุขเพียงเล็กน้อย ที่เราหามาได้
ความสุขเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เมื่อมีโอกาสก็ต้องรีบคว้า
ถึงจะเป็นเพียงความสุขเพียงชั่วข้ามคืน
นานๆจะมีครั้ง รีบคว้าไว้ และดื่มด่ำมีความสุขกับมันให้เต็มที่
ก่อนที่จะเหือดแห้งหายไป
มันก็คงเป็นเหมือนกับ
การกินข้าว
ในเมื่อเรากินให้อิ่มไม่ได้
ก็กินแค่ให้พอหายหิว
เท่านั้นพอ
ฟังดูเหมือนอดๆ อยากๆ จังเลย
ก็จงพอใจกับความสุขเพียงเล็กน้อย ที่เราหามาได้
ความสุขเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เมื่อมีโอกาสก็ต้องรีบคว้า
ถึงจะเป็นเพียงความสุขเพียงชั่วข้ามคืน
นานๆจะมีครั้ง รีบคว้าไว้ และดื่มด่ำมีความสุขกับมันให้เต็มที่
ก่อนที่จะเหือดแห้งหายไป
มันก็คงเป็นเหมือนกับ
การกินข้าว
ในเมื่อเรากินให้อิ่มไม่ได้
ก็กินแค่ให้พอหายหิว
เท่านั้นพอ
ฟังดูเหมือนอดๆ อยากๆ จังเลย
วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552
กิ๊ก
เมื่อคืนเทอบอกว่าเราควรคุยโทสับเพียงวันละ 1 ครั้ง
เพื่อที่ว่าเราจะได้คุยกันนานวันขึ้น
ความจิงก็ไม่ได้อยากคุยกะเทอทุกวันหรอก
แต่เมื่อเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้ฉันนึกอยากจะคุยกะเทอ
พอกลับจากร้าน "แสงจันทร์" กะสปาย 6ขวด ส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพียง6เปอร์เซ็นต์
ก็อยากคุยกะเทอ
อยากได้ยินเสียงแค่นี้คงไม่เท่าไหร่
เราคุยกันชั่วโมงกว่า
เทอบอกว่าเทอ "นับถือ"ฉัน และ"ให้เกียรติ" ฉัน
นับถือแบบไหนฟระ แบบว่าเป็นพี่คนนึงอะหรอ ถามต่อ เทอก็ไม่ยอมบอกแล้ว
แต่มันคงจิง เพราะตอนเทอมาหาฉัน ตอนเราเจอกัน เทอให้เกียรติฉันมาก
บางเวลาฉันยังอดนึกว่าเทอเป็นหลานคนนึงไม่ได้เลย
บางมุม เทอก็เปนเหมือนน้องหรือหลานคนนึง
แต่บางเวลาความรู้สึกมันมากกว่านั้น
แบ่งแยกไม่ถูก
สับสนเล็กน้อย
อยากจะยุติเรื่องราวทั้งหมดไว้เพียงเท่านี้
แต่ก็ยังอยากมีเทอมาเดินเคียงข้าง
แต่ถ้าได้มาเดินเคียงข้างจิงๆ ฉันจะมีความสุขจริงหรอ
เขาคนที่จะมาเดินข้างฉัน คือ เทอใช่หรือป่าว
หรือว่าเป็นเพราะ เหงา เลยทำให้ฉันอยากคุยกับเทอ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ที่ฉันยังไม่ตัดใจเลิกกะพี่วิ ฉันก็ยังไม่สรรหาคนมาคุยแบบนี้เลย
ตอนนี้ตัดใจ ไม่รอพี่วิอีกต่อไป
เลยเหงา
ก็เลยหาคนคุย
เจอแจคพอตพอดีด้วย
เจอคนมีเสน่ห์ คารมดีอย่างเทอเข้าด้วย
ฉันเลยยิ่งอยากคุยมากไปอีก
ยิ่งเทอเป็นคนตรงไปตรงมา ดูเป็นคนเจ้าชู้ กินเหล้า ดูดบุหรี่ ฉันก็ยิ่งมองว่าเทอมีเสน่ เป็นลูกผู้ชายเต็มตัว
แต่ก็นั่นละ
มันก็มีข้อเสียมากมาย
ตอนนี้เรื่องราวระหว่างเทอกะฉันมันได้เดินทางต่อไปเรื่อยๆ
ความรู้สึกที่ดีๆที่เรามีกันก็เริ่มมากขึ้น
เมื่อคืนเทอบอกว่ารู้สึกดีและสบายใจเมื่อได้คุยและอยู่กะฉัน
...
ได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว
ขอบคุณน้องเหยินมากมายที่มาเป็นกำลังใจและที่ปรึกษาชั่วคราวในบางเวลา
และไม่รุว่าเทอจะอยู่กะฉันนานแค่ไหน
แต่นั่นคงไม่สำคัญแล้ว
เพราะว่าการที่ฉันได้มีเทอไว้แบบนี้ อยู่ตรงนี้ แค่นี้ฉันก็มีความสุขมากแล้ว
มีความสุขจนกลัว
กลัวว่าสักวันนึงเทอจะไม่อยากอยู่ตรงนี้
วันนั้นฉันคงเสียใจมากกว่าตอนเสียพี่วิไป
วันนี้จำเป็นต้องเว้นที่ว่างระหว่างเราไว้สักนิดก่อน
เพื่อกันไม่ให้เราสองคนเบื่อกันและกัน
เพราะการที่อีกฝ่ายนึงรุกเข้าไปมากเกินไป จะทำให้อีกฝ่ายนึงหนี
มันเป็นเรื่องจริงที่หนีไม่ได้เลยจิงๆ
แล้วฉันจะห้ามความรู้สึกตัวเองไหวไหม
กับการที่ต้องเว้นช่องว่าง ให้เทอกะฉันเป็นเพียงแค่คนรู้จักกัน
และเทอก็ไม่ได้แคร์กันเลย
ตอนนี้สับสน 2ทาง
1. เลิกความคิดที่จะชอบเทอแล้วเป็นแค่เพื่อนรุ่นน้อง (ข้อนี้ทำยากมาก เพราะถึงตอนนี้แล้ว ความรู้สึกมันเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว แค่พยายามไม่คุยกับเทอ2วัน น้ำตาก็ไหลแล้ว ) หรือว่าฉันยังไม่พยายามเต็มที่กับข้อนี้
2. ลองเสี่ยง เล่นของสูงก็ต้องลองเสี่ยง เผื่อว่าสักวันนึงเทอจะหันมารู้สึกแบบเดียวกัน
แม้ว่าจะเจออุปสรคคมากมาย เรื่องที่เทออาจมีคนอื่น (ถึงเทอจะบอกว่าไม่ใช่แฟน แต่เทอก็ยอมรับว่ามีคนอื่นด้วย สิ่งที่บ่งบอกว่าเทอมีคนอื่นด้วยจิงก็คือลอยเล็บผู้หญิงข่วนตรงหลังเทอ) เรื่องแบบนี้ฉันไม่แน่ใจว่าจะทนไหวหรือป่าว รู้ว่าเทอมีคนอื่น แต่ในเมื่อเทอบอกว่าไม่ใช่แฟน นั่นก็คือเป็นแค่กิ๊ก
แล้วฉันก็คงเป็นแค่กิ๊กเทอด้วยเช่นกัน
ฉันคนที่ไม่ชอบคำว่า "กิ๊ก " เพราะสำหรับฉันแล้วคำว่ากิ๊ก บ่งบอกถึงการไม่เคารพตัวเอง
หรือว่าตอนนี้ฉันเลิกเคารพ และนับถือตัวเองไปแล้ว
ฉันไม่มีค่าบ้างเลยแล้วใช่ไหม
สับสน
...
เรื่องหัวใจ มันยากชะมัด
แก้ไม่ตก
แอลกอฮอล์อยู่ไหน มาหาฉันที
เพื่อที่ว่าเราจะได้คุยกันนานวันขึ้น
ความจิงก็ไม่ได้อยากคุยกะเทอทุกวันหรอก
แต่เมื่อเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้ฉันนึกอยากจะคุยกะเทอ
พอกลับจากร้าน "แสงจันทร์" กะสปาย 6ขวด ส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพียง6เปอร์เซ็นต์
ก็อยากคุยกะเทอ
อยากได้ยินเสียงแค่นี้คงไม่เท่าไหร่
เราคุยกันชั่วโมงกว่า
เทอบอกว่าเทอ "นับถือ"ฉัน และ"ให้เกียรติ" ฉัน
นับถือแบบไหนฟระ แบบว่าเป็นพี่คนนึงอะหรอ ถามต่อ เทอก็ไม่ยอมบอกแล้ว
แต่มันคงจิง เพราะตอนเทอมาหาฉัน ตอนเราเจอกัน เทอให้เกียรติฉันมาก
บางเวลาฉันยังอดนึกว่าเทอเป็นหลานคนนึงไม่ได้เลย
บางมุม เทอก็เปนเหมือนน้องหรือหลานคนนึง
แต่บางเวลาความรู้สึกมันมากกว่านั้น
แบ่งแยกไม่ถูก
สับสนเล็กน้อย
อยากจะยุติเรื่องราวทั้งหมดไว้เพียงเท่านี้
แต่ก็ยังอยากมีเทอมาเดินเคียงข้าง
แต่ถ้าได้มาเดินเคียงข้างจิงๆ ฉันจะมีความสุขจริงหรอ
เขาคนที่จะมาเดินข้างฉัน คือ เทอใช่หรือป่าว
หรือว่าเป็นเพราะ เหงา เลยทำให้ฉันอยากคุยกับเทอ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ที่ฉันยังไม่ตัดใจเลิกกะพี่วิ ฉันก็ยังไม่สรรหาคนมาคุยแบบนี้เลย
ตอนนี้ตัดใจ ไม่รอพี่วิอีกต่อไป
เลยเหงา
ก็เลยหาคนคุย
เจอแจคพอตพอดีด้วย
เจอคนมีเสน่ห์ คารมดีอย่างเทอเข้าด้วย
ฉันเลยยิ่งอยากคุยมากไปอีก
ยิ่งเทอเป็นคนตรงไปตรงมา ดูเป็นคนเจ้าชู้ กินเหล้า ดูดบุหรี่ ฉันก็ยิ่งมองว่าเทอมีเสน่ เป็นลูกผู้ชายเต็มตัว
แต่ก็นั่นละ
มันก็มีข้อเสียมากมาย
ตอนนี้เรื่องราวระหว่างเทอกะฉันมันได้เดินทางต่อไปเรื่อยๆ
ความรู้สึกที่ดีๆที่เรามีกันก็เริ่มมากขึ้น
เมื่อคืนเทอบอกว่ารู้สึกดีและสบายใจเมื่อได้คุยและอยู่กะฉัน
...
ได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว
ขอบคุณน้องเหยินมากมายที่มาเป็นกำลังใจและที่ปรึกษาชั่วคราวในบางเวลา
และไม่รุว่าเทอจะอยู่กะฉันนานแค่ไหน
แต่นั่นคงไม่สำคัญแล้ว
เพราะว่าการที่ฉันได้มีเทอไว้แบบนี้ อยู่ตรงนี้ แค่นี้ฉันก็มีความสุขมากแล้ว
มีความสุขจนกลัว
กลัวว่าสักวันนึงเทอจะไม่อยากอยู่ตรงนี้
วันนั้นฉันคงเสียใจมากกว่าตอนเสียพี่วิไป
วันนี้จำเป็นต้องเว้นที่ว่างระหว่างเราไว้สักนิดก่อน
เพื่อกันไม่ให้เราสองคนเบื่อกันและกัน
เพราะการที่อีกฝ่ายนึงรุกเข้าไปมากเกินไป จะทำให้อีกฝ่ายนึงหนี
มันเป็นเรื่องจริงที่หนีไม่ได้เลยจิงๆ
แล้วฉันจะห้ามความรู้สึกตัวเองไหวไหม
กับการที่ต้องเว้นช่องว่าง ให้เทอกะฉันเป็นเพียงแค่คนรู้จักกัน
และเทอก็ไม่ได้แคร์กันเลย
ตอนนี้สับสน 2ทาง
1. เลิกความคิดที่จะชอบเทอแล้วเป็นแค่เพื่อนรุ่นน้อง (ข้อนี้ทำยากมาก เพราะถึงตอนนี้แล้ว ความรู้สึกมันเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว แค่พยายามไม่คุยกับเทอ2วัน น้ำตาก็ไหลแล้ว ) หรือว่าฉันยังไม่พยายามเต็มที่กับข้อนี้
2. ลองเสี่ยง เล่นของสูงก็ต้องลองเสี่ยง เผื่อว่าสักวันนึงเทอจะหันมารู้สึกแบบเดียวกัน
แม้ว่าจะเจออุปสรคคมากมาย เรื่องที่เทออาจมีคนอื่น (ถึงเทอจะบอกว่าไม่ใช่แฟน แต่เทอก็ยอมรับว่ามีคนอื่นด้วย สิ่งที่บ่งบอกว่าเทอมีคนอื่นด้วยจิงก็คือลอยเล็บผู้หญิงข่วนตรงหลังเทอ) เรื่องแบบนี้ฉันไม่แน่ใจว่าจะทนไหวหรือป่าว รู้ว่าเทอมีคนอื่น แต่ในเมื่อเทอบอกว่าไม่ใช่แฟน นั่นก็คือเป็นแค่กิ๊ก
แล้วฉันก็คงเป็นแค่กิ๊กเทอด้วยเช่นกัน
ฉันคนที่ไม่ชอบคำว่า "กิ๊ก " เพราะสำหรับฉันแล้วคำว่ากิ๊ก บ่งบอกถึงการไม่เคารพตัวเอง
หรือว่าตอนนี้ฉันเลิกเคารพ และนับถือตัวเองไปแล้ว
ฉันไม่มีค่าบ้างเลยแล้วใช่ไหม
สับสน
...
เรื่องหัวใจ มันยากชะมัด
แก้ไม่ตก
แอลกอฮอล์อยู่ไหน มาหาฉันที
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552
แต่ไม่เป็นไร
จนถึงวันนี้แล้ว
วันเวลาผ่านพ้นมาอย่างรวดเร็ว
ฉันรุ้จักเทอเพียงแค่ไม่ถึงสองเดือน
แต่ก้อแอบชอบเทอมากมาย
เทอรู้ทุกอย่าง
แต่เทอก็ยังนั่งยัน ยืนยันว่าจะคุยกะฉันในแบบเพื่อนไปก่อน
ฉันรู้จากปากเทอตลอดว่า เทอจะไม่คบใครอย่างจิงจัง เทอยังไม่อยากมีปัญหากะใคร
เมื่อวานฉันเจอเทอ เลยได้เห็นความจิง
ฉันเห็นเงาคนอื่นในตัวเทอ
เทอมาหาฉันเพราะอะไร
หรือว่าฉันจะเป็นเพียงแค่คนคนหนึ่งในกลุ่มผู้หญิงของเทอ ที่เทอบอกว่า จะ "ไม่จิงใจ"
แต่ว่าความรู้สึกดีๆ ที่เรามีกัน ไม่อาจห้ามใจให้ฉันเลิกชอบเทอได้
ก้ได้แต่หวังว่าฉันจะเป็นหนึ่งคนสำคัญของเทอ
เทอไม่จิงใจ เทออาจมีคนอื่นหลายคน
แต่ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เพราะว่า"รัก"จิงๆ รักคือการให้ ฉันให้เทอ
ระหว่างที่รุ้สึกดีกะเทอมากๆ
ก็ได้เผื่อใจไว้บ้าง
แต่คงต้านความรุ้สึกดีๆเหล่านั้นไม่ได้
อยากเจอเทอทุกวัน
อยากจะเป็นมากกว่าที่เป็นอยู่
อยากให้เทอมีแค่ฉัน
อยากให้เราคบกัน
...
ฉันคิดถึงเทอ ไม่อาจบอกกับใครเขา อยู่กับใจของตัวเรา อยู่ในความคำนึงผุ้เดียว
เบรกๆๆๆ
เบรกความรู้สึกหน่อย ก่อนที่เทอจะหันหน้าหนี
อย่าไปแสดงงความรู้สึกมากเกิน เดี๋ยวเทอจะเผ่นเสียก่อน
ไม่อยากตามเทอมากเกิน
จะกลายเป็นความรำคาญ
แล้วเรื่องราวระหว่างเราจะน่าเบื่อ
ระยะห่าง
ปล่อยให้มีระยะห่างแบบนี้ไป
ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านความรู้สึก
แต่ว่าดูเหมือนจะไม่ได้ผล
เราสองคนเริ่มย่นระยะห่างให้เหลือเพียงน้อยนิด
ตอนนี้ก็เหลือเพียงระยะห่างเส้นบางๆกั้นระหว่างเรา
ให้ต่างคนต่างมีมุมในส่วนของตัวเอง
เมื่อวานที่เราเจอกัน
เทอดูสดใสขึ้น หลังจากที่เราไม่ได้เจอกันสองวัน
อาทิตย์นี้ฉันดูมีกำลังใจขึ้นเยอะ
อยากทำอะไรต่ออะไร
ทำข้อสอบภาค ก ได้อย่างมีสมาธิ เพราะว่ามีเทอเปงกะลังใจ
ถึงแม้จะยังไม่ได้คำตอบ ว่าเทอเปนใคร
แต่ไม่รู้ว่าความรู้สึกดีๆเหล่านี้ จะชั่วคราวได้แค่ไหน
สับสนมากมาย
วันเวลาผ่านพ้นมาอย่างรวดเร็ว
ฉันรุ้จักเทอเพียงแค่ไม่ถึงสองเดือน
แต่ก้อแอบชอบเทอมากมาย
เทอรู้ทุกอย่าง
แต่เทอก็ยังนั่งยัน ยืนยันว่าจะคุยกะฉันในแบบเพื่อนไปก่อน
ฉันรู้จากปากเทอตลอดว่า เทอจะไม่คบใครอย่างจิงจัง เทอยังไม่อยากมีปัญหากะใคร
เมื่อวานฉันเจอเทอ เลยได้เห็นความจิง
ฉันเห็นเงาคนอื่นในตัวเทอ
เทอมาหาฉันเพราะอะไร
หรือว่าฉันจะเป็นเพียงแค่คนคนหนึ่งในกลุ่มผู้หญิงของเทอ ที่เทอบอกว่า จะ "ไม่จิงใจ"
แต่ว่าความรู้สึกดีๆ ที่เรามีกัน ไม่อาจห้ามใจให้ฉันเลิกชอบเทอได้
ก้ได้แต่หวังว่าฉันจะเป็นหนึ่งคนสำคัญของเทอ
เทอไม่จิงใจ เทออาจมีคนอื่นหลายคน
แต่ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เพราะว่า"รัก"จิงๆ รักคือการให้ ฉันให้เทอ
ระหว่างที่รุ้สึกดีกะเทอมากๆ
ก็ได้เผื่อใจไว้บ้าง
แต่คงต้านความรุ้สึกดีๆเหล่านั้นไม่ได้
อยากเจอเทอทุกวัน
อยากจะเป็นมากกว่าที่เป็นอยู่
อยากให้เทอมีแค่ฉัน
อยากให้เราคบกัน
...
ฉันคิดถึงเทอ ไม่อาจบอกกับใครเขา อยู่กับใจของตัวเรา อยู่ในความคำนึงผุ้เดียว
เบรกๆๆๆ
เบรกความรู้สึกหน่อย ก่อนที่เทอจะหันหน้าหนี
อย่าไปแสดงงความรู้สึกมากเกิน เดี๋ยวเทอจะเผ่นเสียก่อน
ไม่อยากตามเทอมากเกิน
จะกลายเป็นความรำคาญ
แล้วเรื่องราวระหว่างเราจะน่าเบื่อ
ระยะห่าง
ปล่อยให้มีระยะห่างแบบนี้ไป
ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านความรู้สึก
แต่ว่าดูเหมือนจะไม่ได้ผล
เราสองคนเริ่มย่นระยะห่างให้เหลือเพียงน้อยนิด
ตอนนี้ก็เหลือเพียงระยะห่างเส้นบางๆกั้นระหว่างเรา
ให้ต่างคนต่างมีมุมในส่วนของตัวเอง
เมื่อวานที่เราเจอกัน
เทอดูสดใสขึ้น หลังจากที่เราไม่ได้เจอกันสองวัน
อาทิตย์นี้ฉันดูมีกำลังใจขึ้นเยอะ
อยากทำอะไรต่ออะไร
ทำข้อสอบภาค ก ได้อย่างมีสมาธิ เพราะว่ามีเทอเปงกะลังใจ
ถึงแม้จะยังไม่ได้คำตอบ ว่าเทอเปนใคร
แต่ไม่รู้ว่าความรู้สึกดีๆเหล่านี้ จะชั่วคราวได้แค่ไหน
สับสนมากมาย
วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552
มงกุฏดอกไม้
มงกุฎดอกไม้ ที่เธอให้ฉัน ทำให้วันที่ธรรมดา ของคนที่ธรรมดา เหมือนกลายเป็นเจ้าหญิง ทุกสิ่งช่างสวยงาม ทุกสิ่งช่างแสนดี ตั้งแต่วันที่ฉันมีเธอ เธอทำได้เจอความรักที่แท้จริง จะมีเสียงจากใจฉัน ส่งผ่านฝัน ในวันที่เราต้องไกลห่าง อย่าอ้างว้าง เพราะใจเราไม่เคยห่างกัน ตั้งแต่วันที่เธอเดินเข้ามา จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนรู้ใจ เธอเปลี่ยนแปลงชีวิตฉันใหม่ จากไม่เคยเป็นคนพิเศษของใคร
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552
บำบัดยาเสพติด
เหนื่อยเหลือเกิน
กับอาการเหงาๆ
หลายวันนี้โทไป "เทอ" ไม่รับสายเลย
อยากแค่ได้ยินเสียงก็ยังดี
ก่อนหน้านี้ฉันพยายามไม่ให้เทอเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตประจำวันของฉัน
แต่ฉันก็ทำได้แค่อาทิตย์เดียว
พอเทอโทมา ความเข้มแข็งทั้งหมด ก็หายไปไหนหมด
จนถึงวันนี้ ความเข้มแข็งก็ยังไม่มี
และยิ่งอ่อนแอลงทุกวันๆๆ
โทไปหลายสิบสาย หลายเวลา
แต่เทอก็ไม่รับสาย
เมื่อคืนโทไป เจอแต่"รอสาย"
และเทอก็ไม่รับสายเลย
ฉันมันเหงาอะไรมากมาย
แค่อยากมีใครสักคนที่ถูกใจอย่างเทอเป็นเพื่อนคุย
แต่สุดท้ายแล้ว
ก็ไม่เป็นดังหวัง
เหงา เพราะว่าคิดว่าเทออยู่ใกล้แค่นี้เอง
ทำไมเราไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกัน
ทำไมเราไม่ได้ไปวิ่งด้วยกัน
เหมือนวันนั้น
สองวันที่จะถึงนี้
ฉันลาพัก
คงจะได้พักจิตใจบ้างนะ
ไม่รุจะไปไหนดี
เมื่อตอน 2ทุ่มฉันโทไป
อยากจะดูหนังกับเทอสักเรื่อง
แต่แล้วเทอก็ไม่รับสาย
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เทอบอกจะมีดูหนังที่หอฉันตั้งหลายครั้ง
แต่ฉันไม่ยอมให้เทอมา
เพราะ "กลัว" อะไรหลายๆอย่าง
อัพเดตๆๆ ตอนนี้ 4 ทุ่มครึ่ง เทอโทมาแล้ว
โทมาบอกว่าจะมาดูหนังด้วย
เหอๆๆ
มาสักดึกเลย
ยิ่ง "กลัว"
แต่ไหนๆ ก็เหงามากมายขนาดนี้แล้ว
มีเพื่อนดูหนังสักคนก็คงจะดี
คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกมั้ง
กับอาการเหงาๆ
หลายวันนี้โทไป "เทอ" ไม่รับสายเลย
อยากแค่ได้ยินเสียงก็ยังดี
ก่อนหน้านี้ฉันพยายามไม่ให้เทอเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตประจำวันของฉัน
แต่ฉันก็ทำได้แค่อาทิตย์เดียว
พอเทอโทมา ความเข้มแข็งทั้งหมด ก็หายไปไหนหมด
จนถึงวันนี้ ความเข้มแข็งก็ยังไม่มี
และยิ่งอ่อนแอลงทุกวันๆๆ
โทไปหลายสิบสาย หลายเวลา
แต่เทอก็ไม่รับสาย
เมื่อคืนโทไป เจอแต่"รอสาย"
และเทอก็ไม่รับสายเลย
ฉันมันเหงาอะไรมากมาย
แค่อยากมีใครสักคนที่ถูกใจอย่างเทอเป็นเพื่อนคุย
แต่สุดท้ายแล้ว
ก็ไม่เป็นดังหวัง
เหงา เพราะว่าคิดว่าเทออยู่ใกล้แค่นี้เอง
ทำไมเราไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกัน
ทำไมเราไม่ได้ไปวิ่งด้วยกัน
เหมือนวันนั้น
สองวันที่จะถึงนี้
ฉันลาพัก
คงจะได้พักจิตใจบ้างนะ
ไม่รุจะไปไหนดี
เมื่อตอน 2ทุ่มฉันโทไป
อยากจะดูหนังกับเทอสักเรื่อง
แต่แล้วเทอก็ไม่รับสาย
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เทอบอกจะมีดูหนังที่หอฉันตั้งหลายครั้ง
แต่ฉันไม่ยอมให้เทอมา
เพราะ "กลัว" อะไรหลายๆอย่าง
อัพเดตๆๆ ตอนนี้ 4 ทุ่มครึ่ง เทอโทมาแล้ว
โทมาบอกว่าจะมาดูหนังด้วย
เหอๆๆ
มาสักดึกเลย
ยิ่ง "กลัว"
แต่ไหนๆ ก็เหงามากมายขนาดนี้แล้ว
มีเพื่อนดูหนังสักคนก็คงจะดี
คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกมั้ง
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552
ขี้เกียจ
ชีวิตจะไปทางไหนดี
ขี้เกียจทำงาน
ขี้เกียจสอนพิเศษ
ขี้เกียจกลับบ้าน
ขี้เกียจพูดคุยกะผู้คน
ขี้เกียจให้ความหวังลมๆแล้งๆกะใจตัวเอง
ขี้เกียจคิดถึงใครบางคน
ขี้เกียจนึกถึงขี้หน้าใครบางคน
ขี้เกียจ"เจ็บ"
ขี้เกียจให้น้ำตาไหล
ขี้เกียจกินสปาย
ขี้เกียจกินเหล้า
ขี้เกียจเหงา
ขี้เกียจกิน
ขี้เกียจนอน
ขี้เกียจหายใจ
...
ขี้เกียจเสียดายผู้ชายเห็นแก่ตัวบางคน
ขี้เกียจแค้นผู้ชายเจ้าชู้
ขี้เกียจฟังเพลง"เหงา"ของ ปูพงษ์สิทธิ์ ขี้เกียจฟังเพลง "ได้อย่างเสียอย่าง" ของอัสนีย์ วสันต์
(แต่ว่าทั้งหมดที่ฉันว่ามา เป็นอะไรที่ฉันทำได้ทุกวี่วัน)
เหนื่อย ไม่ไหวจะเครียร์แล้ว..ใจ กรุ
ขี้เกียจทำงาน
ขี้เกียจสอนพิเศษ
ขี้เกียจกลับบ้าน
ขี้เกียจพูดคุยกะผู้คน
ขี้เกียจให้ความหวังลมๆแล้งๆกะใจตัวเอง
ขี้เกียจคิดถึงใครบางคน
ขี้เกียจนึกถึงขี้หน้าใครบางคน
ขี้เกียจ"เจ็บ"
ขี้เกียจให้น้ำตาไหล
ขี้เกียจกินสปาย
ขี้เกียจกินเหล้า
ขี้เกียจเหงา
ขี้เกียจกิน
ขี้เกียจนอน
ขี้เกียจหายใจ
...
ขี้เกียจเสียดายผู้ชายเห็นแก่ตัวบางคน
ขี้เกียจแค้นผู้ชายเจ้าชู้
ขี้เกียจฟังเพลง"เหงา"ของ ปูพงษ์สิทธิ์ ขี้เกียจฟังเพลง "ได้อย่างเสียอย่าง" ของอัสนีย์ วสันต์
(แต่ว่าทั้งหมดที่ฉันว่ามา เป็นอะไรที่ฉันทำได้ทุกวี่วัน)
เหนื่อย ไม่ไหวจะเครียร์แล้ว..ใจ กรุ
วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552
เวลาตายของ"คนแก่"
ในกระจกมัวๆ มี"คนแก่"คนหนึ่งคนที่พึ่ง ลึกซึ้งถึงความเดียวดาย
นาทีที่กาลเวลา บอกว่าเธอมีค่าเพียงใดคือนาทีที่สาย
เกินหวังให้ใครกลับมา
เหมือนคนตื่นจากฝัน ตามทวงวันและคืนดีๆทั้งที่ก่อน หน้านี้ไม่เคยรักษา
เวลาที่คิดว่าพอ กลับไม่พอให้พูดคำลา
ทำได้เพียงแค่นึกรู้สึกโหยหามัน
ชีวิตนี้ ถ้าไม่มีเธอก้าวเข้ามาฉันคงเป็นคนไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น
แปลกที่คนไม่รู้ มีเพียงผู้เดียวคือฉันอยากกอดเธอแน่นๆนานๆในวันที่เสียเธอไป
เชื่อว่าที่ตรงนั้น เธอยังพร้อม
จะฉันอยู่แล้วที่สุด ก็รู้เธอรอไม่ไหวเจอเพียงแค่รอยน้ำตา หยดบนนาฬิกาที่ตายให้ฉันได้กอดมันไว้ และบอกว่ารักเธอ
เวลาทุกเสี้ยวนาที คนๆนี้จะเก็บมันไว้จะจำจนวันสุดท้าย ว่าเคยได้กอดเธอ
นาทีที่กาลเวลา บอกว่าเธอมีค่าเพียงใดคือนาทีที่สาย
เกินหวังให้ใครกลับมา
เหมือนคนตื่นจากฝัน ตามทวงวันและคืนดีๆทั้งที่ก่อน หน้านี้ไม่เคยรักษา
เวลาที่คิดว่าพอ กลับไม่พอให้พูดคำลา
ทำได้เพียงแค่นึกรู้สึกโหยหามัน
ชีวิตนี้ ถ้าไม่มีเธอก้าวเข้ามาฉันคงเป็นคนไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น
แปลกที่คนไม่รู้ มีเพียงผู้เดียวคือฉันอยากกอดเธอแน่นๆนานๆในวันที่เสียเธอไป
เชื่อว่าที่ตรงนั้น เธอยังพร้อม
จะฉันอยู่แล้วที่สุด ก็รู้เธอรอไม่ไหวเจอเพียงแค่รอยน้ำตา หยดบนนาฬิกาที่ตายให้ฉันได้กอดมันไว้ และบอกว่ารักเธอ
เวลาทุกเสี้ยวนาที คนๆนี้จะเก็บมันไว้จะจำจนวันสุดท้าย ว่าเคยได้กอดเธอ
อารมณ์เหงาๆ
ความเหงามันโหดร้าย
เกินจะทน
เมื่อคืนเหงา...
พอเหงาทีไร ก็นึกถึง RED ทุกที
แอลกอฮอล์แค่ 6 เปอเซน
แต่ก็ทำให้มึน และเมาได้ทุกครั้งที่ดื่มมัน
ดึกแล้ว
ทำไม อารมณ์อยากกินถึงมาดึกขนาดนี้
เพื่อนกินหายาก เหลือเกิน กับช่วงเวลาดึกๆขนาดนั้น
สุดท้ายเลยนั่งกินเงียบๆภายในกล่องสี่เหลี่ยมอีกตามเคย
RED แค่ 3 ขวด ก็กำลังหลับได้สบายๆ
คุยโทสับกะเทอประมาณ 1 ชั่วโมง
ตอนนี้เราตกลงเป็นเพื่อนกันไปก่อน
แต่ใจฉันยังไม่อยากจะเป็นแค่เพื่อน
แต่เทอบอกว่ายังไม่พร้อมที่จะมีใคร
เทอบอกว่าไม่อยากให้มีการทะเลาะกันระหว่างเราสองคน
ถ้าหากคบกันแบบเพื่อน มิตรภาพคงดีกว่า และคงจะยาวนานกวว่า
เกินจะทน
เมื่อคืนเหงา...
พอเหงาทีไร ก็นึกถึง RED ทุกที
แอลกอฮอล์แค่ 6 เปอเซน
แต่ก็ทำให้มึน และเมาได้ทุกครั้งที่ดื่มมัน
ดึกแล้ว
ทำไม อารมณ์อยากกินถึงมาดึกขนาดนี้
เพื่อนกินหายาก เหลือเกิน กับช่วงเวลาดึกๆขนาดนั้น
สุดท้ายเลยนั่งกินเงียบๆภายในกล่องสี่เหลี่ยมอีกตามเคย
RED แค่ 3 ขวด ก็กำลังหลับได้สบายๆ
คุยโทสับกะเทอประมาณ 1 ชั่วโมง
ตอนนี้เราตกลงเป็นเพื่อนกันไปก่อน
แต่ใจฉันยังไม่อยากจะเป็นแค่เพื่อน
แต่เทอบอกว่ายังไม่พร้อมที่จะมีใคร
เทอบอกว่าไม่อยากให้มีการทะเลาะกันระหว่างเราสองคน
ถ้าหากคบกันแบบเพื่อน มิตรภาพคงดีกว่า และคงจะยาวนานกวว่า
วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552
งดเสพยาชนิด C ชั่วคราว
เมื่อวานเป็นวันแรกที่รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องคุยกะเทอ
ฉันสามารถหลับได้โดยที่ไม่มีอาการอยากคุยกะเทอ
เป็นการที่ยาวนานเป็นสิบชั่วโมง
พร้อมกับเป็นการให้เวลาตัวเอง ได้อยู่กะตัวเอง
ทำให้ได้คิด
ฉันอยู่คนเดียวแบบนี้ก็ดีแล้ว
อย่าไปไหนอีกเลย...ใจ
ยาชนิด C ดูๆแล้วก็คงร้ายแรงพอๆกะชนิด A แลB ที่เคยเจอมาแล้ว
ชนิด A ที่ทำฉันเกือบตาย ซมซานแทบลุกไม่ขึ้น ฉันใช้เวลาเลิกอยากยาชนิดA ตั้งสามปี แต่จนถึงวันนี้เวลาผ่านมาเกือบเจ็ดปีแล้ว แต่กลิ่นยาชนิดนี้ยังลอยวนเวียนรอบๆตัวฉันตลอดเวลา กลิ่นนั้นไม่ได้ลอยไปไหนไกลเลย
"กลิ่นมันแรง"
ยังคงโหยหายาเสพติดชนิดนี้ตลอดเวลาแม้จะเลิก ตัดขาดจากยานี้แล้ว จนกระทั่งได้มาพบยาเสพติดชนิดใหม่ คือชนิด B นั่นเอง
ฉันไม่ได้ติดยาชนิดนี้ในทันทีที่พบเจอเหมือนชนิดแรกหรอก
แต่ชนิดนี้ค่อยๆเอาใจ พร้อมกับแสดงพฤติกรรมต่างๆ ที่บ่งบอกว่า"ยา"ชนิดนี้ดี บวกกับทำให้ฉันมีเพื่อนคุยแก้เหงา ในช่วงที่อาการกำลังลงแดงเมื่อต้องเลิกยาชนิดแรก เวลาผ่านไปเกือบปี ฉันเลยตัดสินใจที่จะเสพติดยาชนิดนี้ ทั้งๆที่ไม่ค่อยถูกใจนัก แต่เมื่อยาชนิดนี้เริ่มไปจากฉัน ความเจ็บปวดจากการแพ้ยาชนิดนี้เริ่มสำแดง
เมื่อรู้ว่ายาชนิดนี้ไปหาร่างสิงห์สถิตใหม่
กว่าจะเลิกยาชนิดนี้ได้ใช้เวลา หนึ่งปีเต็ม ก็คือ เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเอง อาการแย่ไม่เท่าชนิดแรกละ เพราะเริ่มมีภูมิคุ้มกัน แต่ยังไงก้มีแต่เสียกับเสีย
จนได้มารู้จักกับเทอ(ชนิด C ) ฉันรู้สึกว่ายาชนิดที่สามนี้ก็กลิ่นหอมน่าดู หากใครได้เสพ คงไม่พ้นคำว่า "ติด" แน่นอน
ลักษณะทางกายภาพ เหมือน "ชนิด A" ไม่มีผิด
กลิ่นหอมแรง เป็นที่ต้องการสำหรับผู้ได้พบเห็นและได้ใกล้ชิด
สี่ครั้งกับการนัดพบของเราสองคน
ใจฉันสั่น หวั่นไหวตลอดเวลา
ไม่กล้าสบตา
ไม่กล้าเรียกชื่อเทอ
ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก
ตั้งแต่แต่เจอเทอครั้งแรก อาการอยากคุยโทสับก็เกิดขึ้นกับฉันทุกวัน
ไม่ว่าจะเหงาหรือไม่ ฉันก็อยากจะคุยกะเทอ
จนฉันต้องเอาหมายเลขที่ระบุยี่ห้อยาชนิดนี้ทิ้งไป
และคิดว่าจะไม่สรรหาเบอร์นี้มาใส่ในเครื่องสมองอีกต่อไป
แต่แล้วหนึ่งอาทิตย์ถัดมาหมายเลขยาชนิดนี้ก็โผล่มาในเครื่องมือถือฉัน
ถ้าฉันเข้มแข็งกว่านี้ คงไม่รับ
แต่นี่อาการของฉันก็คือ ยังอยากคุยกะเทอ เพียงแต่พยายามไม่คุย
แค่กริ้งแรกฉันก็รับแล้ว...
และความรู้สึกว่าเหมือนได้เสพยาก็เริ่มเข้ามาครอบงำความรู้สึกทั้งหมด
จนถึงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เมื่อวานกะวันนี้อาการดีขึ้นละ
ไม่มีอาการอยากคุยโทสับกะเทอแล้ว งดคุยชั่วคราวไปก่อนละกันนะ
กลับมาสู่เหตุการณ์ปกติ
และได้แต่หวังว่ายาชนิดนี้ คงไม่ทำให้ฉัน"ติด"เหมือนสองชนิดแรกที่เคยเจอมา
ฉันสามารถหลับได้โดยที่ไม่มีอาการอยากคุยกะเทอ
เป็นการที่ยาวนานเป็นสิบชั่วโมง
พร้อมกับเป็นการให้เวลาตัวเอง ได้อยู่กะตัวเอง
ทำให้ได้คิด
ฉันอยู่คนเดียวแบบนี้ก็ดีแล้ว
อย่าไปไหนอีกเลย...ใจ
ยาชนิด C ดูๆแล้วก็คงร้ายแรงพอๆกะชนิด A แลB ที่เคยเจอมาแล้ว
ชนิด A ที่ทำฉันเกือบตาย ซมซานแทบลุกไม่ขึ้น ฉันใช้เวลาเลิกอยากยาชนิดA ตั้งสามปี แต่จนถึงวันนี้เวลาผ่านมาเกือบเจ็ดปีแล้ว แต่กลิ่นยาชนิดนี้ยังลอยวนเวียนรอบๆตัวฉันตลอดเวลา กลิ่นนั้นไม่ได้ลอยไปไหนไกลเลย
"กลิ่นมันแรง"
ยังคงโหยหายาเสพติดชนิดนี้ตลอดเวลาแม้จะเลิก ตัดขาดจากยานี้แล้ว จนกระทั่งได้มาพบยาเสพติดชนิดใหม่ คือชนิด B นั่นเอง
ฉันไม่ได้ติดยาชนิดนี้ในทันทีที่พบเจอเหมือนชนิดแรกหรอก
แต่ชนิดนี้ค่อยๆเอาใจ พร้อมกับแสดงพฤติกรรมต่างๆ ที่บ่งบอกว่า"ยา"ชนิดนี้ดี บวกกับทำให้ฉันมีเพื่อนคุยแก้เหงา ในช่วงที่อาการกำลังลงแดงเมื่อต้องเลิกยาชนิดแรก เวลาผ่านไปเกือบปี ฉันเลยตัดสินใจที่จะเสพติดยาชนิดนี้ ทั้งๆที่ไม่ค่อยถูกใจนัก แต่เมื่อยาชนิดนี้เริ่มไปจากฉัน ความเจ็บปวดจากการแพ้ยาชนิดนี้เริ่มสำแดง
เมื่อรู้ว่ายาชนิดนี้ไปหาร่างสิงห์สถิตใหม่
กว่าจะเลิกยาชนิดนี้ได้ใช้เวลา หนึ่งปีเต็ม ก็คือ เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเอง อาการแย่ไม่เท่าชนิดแรกละ เพราะเริ่มมีภูมิคุ้มกัน แต่ยังไงก้มีแต่เสียกับเสีย
จนได้มารู้จักกับเทอ(ชนิด C ) ฉันรู้สึกว่ายาชนิดที่สามนี้ก็กลิ่นหอมน่าดู หากใครได้เสพ คงไม่พ้นคำว่า "ติด" แน่นอน
ลักษณะทางกายภาพ เหมือน "ชนิด A" ไม่มีผิด
กลิ่นหอมแรง เป็นที่ต้องการสำหรับผู้ได้พบเห็นและได้ใกล้ชิด
สี่ครั้งกับการนัดพบของเราสองคน
ใจฉันสั่น หวั่นไหวตลอดเวลา
ไม่กล้าสบตา
ไม่กล้าเรียกชื่อเทอ
ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก
ตั้งแต่แต่เจอเทอครั้งแรก อาการอยากคุยโทสับก็เกิดขึ้นกับฉันทุกวัน
ไม่ว่าจะเหงาหรือไม่ ฉันก็อยากจะคุยกะเทอ
จนฉันต้องเอาหมายเลขที่ระบุยี่ห้อยาชนิดนี้ทิ้งไป
และคิดว่าจะไม่สรรหาเบอร์นี้มาใส่ในเครื่องสมองอีกต่อไป
แต่แล้วหนึ่งอาทิตย์ถัดมาหมายเลขยาชนิดนี้ก็โผล่มาในเครื่องมือถือฉัน
ถ้าฉันเข้มแข็งกว่านี้ คงไม่รับ
แต่นี่อาการของฉันก็คือ ยังอยากคุยกะเทอ เพียงแต่พยายามไม่คุย
แค่กริ้งแรกฉันก็รับแล้ว...
และความรู้สึกว่าเหมือนได้เสพยาก็เริ่มเข้ามาครอบงำความรู้สึกทั้งหมด
จนถึงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เมื่อวานกะวันนี้อาการดีขึ้นละ
ไม่มีอาการอยากคุยโทสับกะเทอแล้ว งดคุยชั่วคราวไปก่อนละกันนะ
กลับมาสู่เหตุการณ์ปกติ
และได้แต่หวังว่ายาชนิดนี้ คงไม่ทำให้ฉัน"ติด"เหมือนสองชนิดแรกที่เคยเจอมา
งดเสพยาชนิด C ชั่วคราว
เมื่อวานเป็นวันแรกที่รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องคุยกะเทอ
ฉันสามารถหลับได้โดยที่ไม่มีอาการอยากคุยกะเทอ
เป็นการที่ยาวนานเป็นสิบชั่วโมง
พร้อมกับเป็นการให้เวลาตัวเอง ได้อยู่กะตัวเอง
ทำให้ได้คิด
ฉันอยู่คนเดียวแบบนี้ก็ดีแล้ว
อย่าไปไหนอีกเลย...ใจ
ยาชนิด C ดูๆแล้วก็คงร้ายแรงพอๆกะชนิด A แลB ที่เคยเจอมาแล้ว
ชนิด A ที่ทำฉันเกือบตาย ซมซานแทบลุกไม่ขึ้น ฉันใช้เวลาเลิกอยากยาชนิดA ตั้งสามปี แต่จนถึงวันนี้เวลาผ่านมาเกือบเจ็ดปีแล้ว แต่กลิ่นยาชนิดนี้ยังลอยวนเวียนรอบๆตัวฉันตลอดเวลา กลิ่นนั้นไม่ได้ลอยไปไหนไกลเลย
"กลิ่นมันแรง"
ยังคงโหยหายาเสพติดชนิดนี้ตลอดเวลาแม้จะเลิก ตัดขาดจากยานี้แล้ว จนกระทั่งได้มาพบยาเสพติดชนิดใหม่ คือชนิด B นั่นเอง
ฉันไม่ได้ติดยาชนิดนี้ในทันทีที่พบเจอเหมือนชนิดแรกหรอก
แต่ชนิดนี้ค่อยๆเอาใจ พร้อมกับแสดงพฤติกรรมต่างๆ ที่บ่งบอกว่า"ยา"ชนิดนี้ดี บวกกับทำให้ฉันมีเพื่อนคุยแก้เหงา ในช่วงที่อาการกำลังลงแดงเมื่อต้องเลิกยาชนิดแรก เวลาผ่านไปเกือบปี ฉันเลยตัดสินใจที่จะเสพติดยาชนิดนี้ ทั้งๆที่ไม่ค่อยถูกใจนัก แต่เมื่อยาชนิดนี้เริ่มไปจากฉัน ความเจ็บปวดจากการแพ้ยาชนิดนี้เริ่มสำแดง
เมื่อรู้ว่ายาชนิดนี้ไปหาร่างสิงห์สถิตใหม่
กว่าจะเลิกยาชนิดนี้ได้ใช้เวลา หนึ่งปีเต็ม ก็คือ เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเอง อาการแย่ไม่เท่าชนิดแรกละ เพราะเริ่มมีภูมิคุ้มกัน แต่ยังไงก้มีแต่เสียกับเสีย
จนได้มารู้จักกับเทอ(ชนิด C ) ฉันรู้สึกว่ายาชนิดที่สามนี้ก็กลิ่นหอมน่าดู หากใครได้เสพ คงไม่พ้นคำว่า "ติด" แน่นอน
ลักษณะทางกายภาพ เหมือน "ชนิด A" ไม่มีผิด
กลิ่นหอมแรง เป็นที่ต้องการสำหรับผู้ได้พบเห็นและได้ใกล้ชิด
สี่ครั้งกับการนัดพบของเราสองคน
ใจฉันสั่น หวั่นไหวตลอดเวลา
ไม่กล้าสบตา
ไม่กล้าเรียกชื่อเทอ
ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก
ตั้งแต่แต่เจอเทอครั้งแรก อาการอยากคุยโทสับก็เกิดขึ้นกับฉันทุกวัน
ไม่ว่าจะเหงาหรือไม่ ฉันก็อยากจะคุยกะเทอ
จนฉันต้องเอาหมายเลขที่ระบุยี่ห้อยาชนิดนี้ทิ้งไป
และคิดว่าจะไม่สรรหาเบอร์นี้มาใส่ในเครื่องสมองอีกต่อไป
แต่แล้วหนึ่งอาทิตย์ถัดมาหมายเลขยาชนิดนี้ก็โผล่มาในเครื่องมือถือฉัน
ถ้าฉันเข้มแข็งกว่านี้ คงไม่รับ
แต่นี่อาการของฉันก็คือ ยังอยากคุยกะเทอ เพียงแต่พยายามไม่คุย
พอเทอโทมาเลยรีบบรับ
และความรู้สึกว่าเหมือนได้เสพยาก็เริ่มเข้ามาครอบงำความรู้สึกทั้งหมด
จนถึงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เมื่อวานกะวันนี้อาการดีขึ้นละ
ไม่มีอาการอยากคุยโทสับกะเทอแล้ว งดคุยชั่วคราวไปก่อนละกันนะ
กลับมาสู่เหตุการณ์ปกติ
และได้แต่หวังว่ายาชนิดนี้ คงไม่ทำให้ฉัน"ติด"เหมือนสองชนิดแรกที่เคยเจอมา
วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552
ให้เวลาตัวเอง ...ทำใจ
เศร้า
ว่ะ
เทอบอกว่า จะคุยกับทุกคนแบบเพื่อนเท่านั้น
เทอบอกว่ายังไม่พร้อมที่จะมีใคร
เทอยังอยากเป็นอิสระ
เทออยากใช้ชีวิตสำหรับนั่งในวงเหล้ากะเพื่อน
เทอรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกะเทอเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา
เทอบอกว่า งั้น เราตัดไฟแต่ต้นลมดีไหม
ทำไมวะ
ห้ามฉันไม่ให้ทำอย่างอื่นได้ แต่จะมาห้ามฉันเรื่องชอบเทอ นั้น ยาก...
ว่ะ
เทอบอกว่า จะคุยกับทุกคนแบบเพื่อนเท่านั้น
เทอบอกว่ายังไม่พร้อมที่จะมีใคร
เทอยังอยากเป็นอิสระ
เทออยากใช้ชีวิตสำหรับนั่งในวงเหล้ากะเพื่อน
เทอรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกะเทอเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา
เทอบอกว่า งั้น เราตัดไฟแต่ต้นลมดีไหม
ทำไมวะ
ห้ามฉันไม่ให้ทำอย่างอื่นได้ แต่จะมาห้ามฉันเรื่องชอบเทอ นั้น ยาก...
วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552
ซื้อความสุข
วันนี้ชวนเทอไปดูหนังแล้ว
แต่ว่า
เฮ้อ
สรุป
ฉันกำลังใช้เงินซื้อความสุข
เป็นไปตามที่เพื่อนฉันว่าจริงๆ
มีเพื่อนคนนึงบอกว่าการที่จะรัก ชอบรุ่นน้องนะ มันเป็น "ภาระ" อย่างนึง
เพราะว่าในวัยที่กำลังเรียนอยู่นั้นฉันรู้ ว่าจะต้องใช้จ่ายเงิน
และยังไม่มีรายได้
อันนี้มันเป็นความจิง
อยากไปเจอเทอ ก็ต้อยอมออกตังค์
อยากไปดุหนัง ก็ต้องยอมออกตังค์
อยากไปกินข้าวกะเทอสักมื้อ ก็ต้องออกตังค์เอง
แบบนี้ ฉันจะมีความสุขจริงหรอ
สุ้อยู่กับตัวเอง แบบเดิม แม้จะมีช่วงเวลาที่เหงาๆ บ้าง
แต่เราก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดีไม่ใช่หรอ
และอีกอยย่างนะ ฉันกลัวถูกเด็กหลอกว่ะ
เฮ้อ
ความรู้สึกตอนนี้ หวั่นๆ
หรือว่าฉันชอบใครไม่เป็น
เย็นนี้จะไปดุบุปผาราตรี3.2 เลยชวนเทอไปด้วย
แต่ดูท่าแล้ว
คงไม่สนุกงะ
เริ่มคิดทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้น 555
มันจะสิ้นเปลืองงบประมาณบ่อยไปไหม
พักนี้จ่ายเงินอย่างง่ายดาย
เพื่อให้ได้ความสุขลมๆแล้งๆมา
แต่สุดท้ายฉันก็ต้องมานั่งเหงาคนเดียวในกล่องสี่เหลี่ยมทุกที
แล้วแบบนี้ยังจะไปดูหนังเรื่องโปรดอยู่อีกหรอ
....????
แต่ว่า
เฮ้อ
สรุป
ฉันกำลังใช้เงินซื้อความสุข
เป็นไปตามที่เพื่อนฉันว่าจริงๆ
มีเพื่อนคนนึงบอกว่าการที่จะรัก ชอบรุ่นน้องนะ มันเป็น "ภาระ" อย่างนึง
เพราะว่าในวัยที่กำลังเรียนอยู่นั้นฉันรู้ ว่าจะต้องใช้จ่ายเงิน
และยังไม่มีรายได้
อันนี้มันเป็นความจิง
อยากไปเจอเทอ ก็ต้อยอมออกตังค์
อยากไปดุหนัง ก็ต้องยอมออกตังค์
อยากไปกินข้าวกะเทอสักมื้อ ก็ต้องออกตังค์เอง
แบบนี้ ฉันจะมีความสุขจริงหรอ
สุ้อยู่กับตัวเอง แบบเดิม แม้จะมีช่วงเวลาที่เหงาๆ บ้าง
แต่เราก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดีไม่ใช่หรอ
และอีกอยย่างนะ ฉันกลัวถูกเด็กหลอกว่ะ
เฮ้อ
ความรู้สึกตอนนี้ หวั่นๆ
หรือว่าฉันชอบใครไม่เป็น
เย็นนี้จะไปดุบุปผาราตรี3.2 เลยชวนเทอไปด้วย
แต่ดูท่าแล้ว
คงไม่สนุกงะ
เริ่มคิดทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้น 555
มันจะสิ้นเปลืองงบประมาณบ่อยไปไหม
พักนี้จ่ายเงินอย่างง่ายดาย
เพื่อให้ได้ความสุขลมๆแล้งๆมา
แต่สุดท้ายฉันก็ต้องมานั่งเหงาคนเดียวในกล่องสี่เหลี่ยมทุกที
แล้วแบบนี้ยังจะไปดูหนังเรื่องโปรดอยู่อีกหรอ
....????
วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552
This shoe is a math of the one in the cupbord
เทอเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเอง
น่ารัก และเท่นิดๆ
คุยเก่ง คุยสนุก แบบว่าคารมเป็นต่อเลยละ
เป็นคนไว้หนวด เครา และจอน
เป็นไปตามแบบฉบับที่ฉันชอบ
สงสัยว่าฉันจะชอบคนที่หน้าตา และรูปลักษณ์ภายนอก
เพราะว่าเทอเป็นคนชอบกินเหล้า จากที่ได้คุยมาบ้าง เห็นเทอบอกว่าเคยติดบุหรี่ และเพิ่งเลิกสูบมาได้ไม่นาน
ส่วนตอนนี้นะ เทอและเพื่อนๆในกลุ่มพากันกินเหล้าบอ่ยมาก
ส่วนเรื่องผู้หญิงนั้น ไม่ต้องพูดถึง มีคนมาชอบเทอตรึมเลย และเทอก็คงมีเก็บไว้ในสต็อคหลายคน
ฉันเลยสรุปได้ว่าเทอ กะล่อน ปลิ้นปล้อน เจ้าชุ้พอตัว
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย
เพราะสิ่งที่เทอเป็นอยู่ทั้งหมด
มันเป็นสิ่งที่ฉันหามานาน
ฉันชอบแบบนี้นี่เอง
เทอคือสิ่งที่ฉันรอคอยมานาน
และแล้วรองเท้าอีกข้างที่ฉันตามหามานาน ก้คือเทอนั่นเอง
แต่ไม่รู้ว่าเทอจะยอมอยู่เป็นคู่กับรองเท้าอีกข้างของฉันไหม
รองเท้าอีกข้าง ที่ฉันเก็บไว้อย่างดี เก้บไว้มานาน
ถึงเวลาแล้วที่จะได้เจอคู่รองเท้าที่เข้าคู่สักที
น่ารัก และเท่นิดๆ
คุยเก่ง คุยสนุก แบบว่าคารมเป็นต่อเลยละ
เป็นคนไว้หนวด เครา และจอน
เป็นไปตามแบบฉบับที่ฉันชอบ
สงสัยว่าฉันจะชอบคนที่หน้าตา และรูปลักษณ์ภายนอก
เพราะว่าเทอเป็นคนชอบกินเหล้า จากที่ได้คุยมาบ้าง เห็นเทอบอกว่าเคยติดบุหรี่ และเพิ่งเลิกสูบมาได้ไม่นาน
ส่วนตอนนี้นะ เทอและเพื่อนๆในกลุ่มพากันกินเหล้าบอ่ยมาก
ส่วนเรื่องผู้หญิงนั้น ไม่ต้องพูดถึง มีคนมาชอบเทอตรึมเลย และเทอก็คงมีเก็บไว้ในสต็อคหลายคน
ฉันเลยสรุปได้ว่าเทอ กะล่อน ปลิ้นปล้อน เจ้าชุ้พอตัว
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย
เพราะสิ่งที่เทอเป็นอยู่ทั้งหมด
มันเป็นสิ่งที่ฉันหามานาน
ฉันชอบแบบนี้นี่เอง
เทอคือสิ่งที่ฉันรอคอยมานาน
และแล้วรองเท้าอีกข้างที่ฉันตามหามานาน ก้คือเทอนั่นเอง
แต่ไม่รู้ว่าเทอจะยอมอยู่เป็นคู่กับรองเท้าอีกข้างของฉันไหม
รองเท้าอีกข้าง ที่ฉันเก็บไว้อย่างดี เก้บไว้มานาน
ถึงเวลาแล้วที่จะได้เจอคู่รองเท้าที่เข้าคู่สักที
The one
วันนี้นั่งทำงานด้วยใจเหม่อลอย
นั่งนึกถึง คิดถึงทั้งวัน
บางคนอาจฟังดูเป็นเรื่องเล่ยนๆ แต่เชื่อฉันสิ ความรุ้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นมาจริงๆ
ฉันเป็นเอามากใช่ไหม
หลังจากมื้อเที่ยงเสร็จ ฉันกำลังฟุปที่โต๊ะทำงานเพื่อจะงีบสักหน่อย กะลังงีบและนอนคิดถึงเทอ
และเสียงโทสับก้ดังขึ้น
เทอโทมา
เทอจิงๆด้วย
ปกติเทอไม่เคยโทมาหาฉันตอนกลางวันแบบนี้นะ
เทอโทมาบอกว่าเพิ่งตื่น
และกะลังสั่งข้าวมื้อแรกของวันนี้
ดีใจจัง
ที่เทอโทมา
ดีใจแบบไม่มีเหตุผล
หรือว่าบางทีเหตุผลมันมี แต่ฉันเลือกที่จะไม่พูด
เย็นนี้ฉันคงต้องไปเจอเทอตามที่นัดไว้แหงๆ
เพราะว่าความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวล ตอนนี้ รวมเป็นหนึ่งเดียว ไว้ตรงที่"เทอ"
ต่อไปนี้ ฉันคงไม่พยายามลบเบอร์เทอแล้วละ เป็นไงเป็นกัน
ให้มันค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ต่อไป
นั่งนึกถึง คิดถึงทั้งวัน
บางคนอาจฟังดูเป็นเรื่องเล่ยนๆ แต่เชื่อฉันสิ ความรุ้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นมาจริงๆ
ฉันเป็นเอามากใช่ไหม
หลังจากมื้อเที่ยงเสร็จ ฉันกำลังฟุปที่โต๊ะทำงานเพื่อจะงีบสักหน่อย กะลังงีบและนอนคิดถึงเทอ
และเสียงโทสับก้ดังขึ้น
เทอโทมา
เทอจิงๆด้วย
ปกติเทอไม่เคยโทมาหาฉันตอนกลางวันแบบนี้นะ
เทอโทมาบอกว่าเพิ่งตื่น
และกะลังสั่งข้าวมื้อแรกของวันนี้
ดีใจจัง
ที่เทอโทมา
ดีใจแบบไม่มีเหตุผล
หรือว่าบางทีเหตุผลมันมี แต่ฉันเลือกที่จะไม่พูด
เย็นนี้ฉันคงต้องไปเจอเทอตามที่นัดไว้แหงๆ
เพราะว่าความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวล ตอนนี้ รวมเป็นหนึ่งเดียว ไว้ตรงที่"เทอ"
ต่อไปนี้ ฉันคงไม่พยายามลบเบอร์เทอแล้วละ เป็นไงเป็นกัน
ให้มันค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ต่อไป
นางสาวไทยมาแล้วจ้า
ช่วงนี้เป็นช่วงรักเด็ก ตามคอนเสปของนางสาวไทย
ตลอด1 ปีที่ผ่านมาชอบน้องปี4คนนึงอย่างเปิดเผย
แต่แล้วอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ถูกแฟนของน้องมันบอกห้ามยุ่ง ห้ามโทหาน้องปี4คนนั้นเด็ดขาด
เลยได้มารู้จักกะน้องปี2คนนี้
คนที่ฉันเพิ่งเขียนถึงครั้งที่แล้วว่า เป็นเหมือนยาเสพติด
ทำให้ฉันติดๆๆๆ
ไม่เคยอยู่ในความคิดเลยนะ กับการที่ต้องมาชอบรุ่นน้อง
เมื่อก่อนตอนอยู่มัธยม เคยมีรุ่นน้องคนนึงมาชอบฉันมากๆ
เป็นรุ่นน้องแค่ปีเดียว แต่ฉันยังรับไม่ได้เลย กับการที่จะต้องคบกะรุ่นน้อง
เลยปฏิเสธเขาไป
ทำไมปีสองปีนี้ ถึงชอบแต่รุ่นน้องเลยน๊า
ปีนี้รุ่นน้องมาแรง!!!
หรือฉัน เปลี่ยนไปแล้ว
ตลอด1 ปีที่ผ่านมาชอบน้องปี4คนนึงอย่างเปิดเผย
แต่แล้วอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ถูกแฟนของน้องมันบอกห้ามยุ่ง ห้ามโทหาน้องปี4คนนั้นเด็ดขาด
เลยได้มารู้จักกะน้องปี2คนนี้
คนที่ฉันเพิ่งเขียนถึงครั้งที่แล้วว่า เป็นเหมือนยาเสพติด
ทำให้ฉันติดๆๆๆ
ไม่เคยอยู่ในความคิดเลยนะ กับการที่ต้องมาชอบรุ่นน้อง
เมื่อก่อนตอนอยู่มัธยม เคยมีรุ่นน้องคนนึงมาชอบฉันมากๆ
เป็นรุ่นน้องแค่ปีเดียว แต่ฉันยังรับไม่ได้เลย กับการที่จะต้องคบกะรุ่นน้อง
เลยปฏิเสธเขาไป
ทำไมปีสองปีนี้ ถึงชอบแต่รุ่นน้องเลยน๊า
ปีนี้รุ่นน้องมาแรง!!!
หรือฉัน เปลี่ยนไปแล้ว
ฉันติดยา 'เสพติด'
ช่วงสองอาทิตย์ก่อน ได้รู้จักยาชนิดหนึ่ง เมื่อลองได้เสพด้วยการพูดคุยแล้ว รู้สึกว่าคุยกันถูกคอมาก และเมื่อมาเจอหน้ากันหลังคุยกันวันนั้น ก็ยิ่ง"ติด"
แบบว่าสไตล์นี้ ใช่เลย
เพิ่งรุ้จักกันเพียงอาทิตยืเดียว ก็แอบชอบเขาซะแล้ว แบบว่า"รัก" ก็น่าจะใช้แทนได้เลย
เราไปกิรข้าวด้วยกัน
ไปเดินไนท์ด้วยกัน
ไปนั่งร้านที่ริมน่านด้วยกัน ในค่ำคืนที่สุดแสนโรแมนติค
แล้วก้แยกย้ายกันกลับ
หลังจากนั้น ฉันโทไป
ก้เจอแต่ "รอสาย"
เขาไม่ค่อยอยากรับโทสับฉัน
แถมยังกดตัดสายฉันอีก
แต่ฉันก็ยังโทไปอีก จนเขาต้องกดตัดๆๆๆๆๆ ไปทุกรอบที่ฉันโทไป
ความร้สึกดีๆ ก่อนหน้านี้ ตอนที่ไปเดินไนท์ด้วยกัน ไปกินข้าวด้วยกัน ล่ะ???
มันคืออะไร หรือว่าต่างคนต่างแค่ 'เหงา'
ฉันเลยตัดสินใจทำลายยา 'เสพติด' นั้นทิ้งในคืนนั้นทันที
เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น
และตั้งใจไว้ว่าจะไม่แวะไปข้องเกี่ยวกับ "มัน"อีก
ตลอด 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา
ฉันถามตัวเองตลอดเวลา ว่าความสุขที่แท้จิงนั้น คืออะไร
มันคือความสุขจากข้างในใจ การที่ไม่มีใครมาเบียดเบียนหัวใจ ...
และฉันก็ลืมเทอไปแล้ว เบอร์ติดต่อก้ไม่มีแล้ว
มีเวลาอยุ่กับความคิด อยุ่กับตัวเอง และเต็มที่กับงานได้มากขึ้น
แต่แล้ว
เบอร์โทคุ้นๆก็ดังขึ้นมาที่หน้าจอโทสับ
เป็นเบอร์เขานั่นเอง
ตายละ มีคนเอายาเสพติดมาให้ฉันอีกแล้ว
เทอบอกว่าอีก20นาทีจะมาถึงข้างล่างหอ แล้วไปกินข้าวด้วยกัน
และฉันก็ ตอบตกลง
แพ้ใจตัวเอง เฮ้ออ ก็คนมันชอบนี่นา ทำไงได้
เราไปกินข้าวด้วยกันและไปนั่งเล่นที่ลานสมเด็จจนถึงเที่ยงคืน
มันเป็นความสุขชั่วค่ำคืนจริงๆหรือป่าวหนอ
เพราะว่าหลังจากเมื่อคืน ไม่รู้ว่าต่อไปนี้จะเป็นยังไง จะยังมีการกดตัดสายเกิดขึ้นอีกหรือไม่
แต่ ฉันก็ไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนั้น
ฉันกำลังหลอกตัวเอง
เหมือนฉันกำลังติดยาเสพติด ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ก็ยังโหยหาตลอดเวลา
พยายามอยากยาแล้ว แต่พอมีคนเอายาเสพติดมาวางตรงหน้า ก็เหมือนเอามาล่อใจคนติดยานั่นเอง
ฉันกำลังแย่...
หลังเที่ยงคืน เทอกลับหอไปแล้ว
แต่เราก็ยังคุยกันจนถึงตี 4
ทั้งๆที่ฉันจะต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า
แต่เชื่อไหมว่า ณ ขณะที่ฉันกำลังคุยกะเทอคนนั้น ฉันไม่อยากวางสายโทสับเลย
อยากคุยๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากได้ยินเสียงเขาไปเรื่อยๆ
ไม่ใช่เพราะว่าฉันเหงาหรอกนะ
แต่ฉันรู้สึกได้ว่า คนนี้แหละใช่
ถึงจะไม่ดี ทั้งหมด
แต่แบบนี้แหละ ที่ฉันต้องการ
แต่ว่าความเสียใจคงกำลังจะเกิดขึ้นข้างในใจฉันแน่นอน
ฉันคิดว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้น
วันนี้ฉันมาทำงานด้วยอาการมึนๆ เพราะได้นอนแค่ 3 ชม.
และเย็นนี้ มีนัดๆๆ
ไปดูหนังกับเทออีก
...
แล้วแบบนี้ฉันจะเลิกยาชนิดนี้ได้หรอ
แบบว่าสไตล์นี้ ใช่เลย
เพิ่งรุ้จักกันเพียงอาทิตยืเดียว ก็แอบชอบเขาซะแล้ว แบบว่า"รัก" ก็น่าจะใช้แทนได้เลย
เราไปกิรข้าวด้วยกัน
ไปเดินไนท์ด้วยกัน
ไปนั่งร้านที่ริมน่านด้วยกัน ในค่ำคืนที่สุดแสนโรแมนติค
แล้วก้แยกย้ายกันกลับ
หลังจากนั้น ฉันโทไป
ก้เจอแต่ "รอสาย"
เขาไม่ค่อยอยากรับโทสับฉัน
แถมยังกดตัดสายฉันอีก
แต่ฉันก็ยังโทไปอีก จนเขาต้องกดตัดๆๆๆๆๆ ไปทุกรอบที่ฉันโทไป
ความร้สึกดีๆ ก่อนหน้านี้ ตอนที่ไปเดินไนท์ด้วยกัน ไปกินข้าวด้วยกัน ล่ะ???
มันคืออะไร หรือว่าต่างคนต่างแค่ 'เหงา'
ฉันเลยตัดสินใจทำลายยา 'เสพติด' นั้นทิ้งในคืนนั้นทันที
เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น
และตั้งใจไว้ว่าจะไม่แวะไปข้องเกี่ยวกับ "มัน"อีก
ตลอด 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา
ฉันถามตัวเองตลอดเวลา ว่าความสุขที่แท้จิงนั้น คืออะไร
มันคือความสุขจากข้างในใจ การที่ไม่มีใครมาเบียดเบียนหัวใจ ...
และฉันก็ลืมเทอไปแล้ว เบอร์ติดต่อก้ไม่มีแล้ว
มีเวลาอยุ่กับความคิด อยุ่กับตัวเอง และเต็มที่กับงานได้มากขึ้น
แต่แล้ว
เบอร์โทคุ้นๆก็ดังขึ้นมาที่หน้าจอโทสับ
เป็นเบอร์เขานั่นเอง
ตายละ มีคนเอายาเสพติดมาให้ฉันอีกแล้ว
เทอบอกว่าอีก20นาทีจะมาถึงข้างล่างหอ แล้วไปกินข้าวด้วยกัน
และฉันก็ ตอบตกลง
แพ้ใจตัวเอง เฮ้ออ ก็คนมันชอบนี่นา ทำไงได้
เราไปกินข้าวด้วยกันและไปนั่งเล่นที่ลานสมเด็จจนถึงเที่ยงคืน
มันเป็นความสุขชั่วค่ำคืนจริงๆหรือป่าวหนอ
เพราะว่าหลังจากเมื่อคืน ไม่รู้ว่าต่อไปนี้จะเป็นยังไง จะยังมีการกดตัดสายเกิดขึ้นอีกหรือไม่
แต่ ฉันก็ไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนั้น
ฉันกำลังหลอกตัวเอง
เหมือนฉันกำลังติดยาเสพติด ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ก็ยังโหยหาตลอดเวลา
พยายามอยากยาแล้ว แต่พอมีคนเอายาเสพติดมาวางตรงหน้า ก็เหมือนเอามาล่อใจคนติดยานั่นเอง
ฉันกำลังแย่...
หลังเที่ยงคืน เทอกลับหอไปแล้ว
แต่เราก็ยังคุยกันจนถึงตี 4
ทั้งๆที่ฉันจะต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า
แต่เชื่อไหมว่า ณ ขณะที่ฉันกำลังคุยกะเทอคนนั้น ฉันไม่อยากวางสายโทสับเลย
อยากคุยๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากได้ยินเสียงเขาไปเรื่อยๆ
ไม่ใช่เพราะว่าฉันเหงาหรอกนะ
แต่ฉันรู้สึกได้ว่า คนนี้แหละใช่
ถึงจะไม่ดี ทั้งหมด
แต่แบบนี้แหละ ที่ฉันต้องการ
แต่ว่าความเสียใจคงกำลังจะเกิดขึ้นข้างในใจฉันแน่นอน
ฉันคิดว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้น
วันนี้ฉันมาทำงานด้วยอาการมึนๆ เพราะได้นอนแค่ 3 ชม.
และเย็นนี้ มีนัดๆๆ
ไปดูหนังกับเทออีก
...
แล้วแบบนี้ฉันจะเลิกยาชนิดนี้ได้หรอ
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
สายฝนพรำที่ใต้ตึก CE
เมื่อคืนเป็นคืนที่ฝนตกทั้งคืน
แต่เมื่อคืนก็เป็นวันนัดพบเพื่อไปอ่านหนังสือด้วยกัน ครั้งแรกของเราสองคน
ฝนตกพรำๆ
ไม่หนักมาก
เรานัดกันตอนทุ่ม
เวลานั้นฉันยังอยู่ใต้ผ้าห่ม
แต่ว่าเทอโทรมาตามหลายรอบแล้ว
ฉันไปอ่านหนังสือด้วยก็ได้
ความจริงเราต่างคนต่างอ่านที่ห้องตัวเองก่อนก็ได้
แต่ว่าฉันอยากเจอ อยากเห็นหน้า
จนต้องยอมฝ่าสายฝนไปพบเทอ
ปกติเทอไม่ชอบมาอ่านหนังสือตามใต้ตึกต่างๆนะ
แต่นี่ฉันเป็นคนนัดเทอเมื่อสองวันก่อน
และเมื่อถึงเวลา เทอก็จะไปอ่านให้ได้
เทอ...ก็อยากเจอฉัน ด้วยใช่ไหม???
กว่าฉันจะลุกจากผ้าห่มก็สองทุ่มแล้ว
เราเจอกันที่ใต้ตึก CE
เทอใส่เสื้อสีฟ้ามีลาย
สดใสเหลือเกิน
เราอยู่ด้วยกันถึงเที่ยงคืนกว่าๆ
ก็พากันกลับ
ฝนยังไม่หยุดตก
ฉันให้เทอใส่เสื้อกันฝน
แต่เทอไม่ยอมใส่
กลัวไม่หล่อ ไม่เท่
ให้ยืมร่มก็ไม่เอา เกรงใจ
...
...
แล้วสุดท้ายฉันก็บังคับให้กางร่มกลับหอ
..
..
เมื่อไหร่ค่ำคืนนี้จะหมุนมาถึงอีก
แต่เมื่อคืนก็เป็นวันนัดพบเพื่อไปอ่านหนังสือด้วยกัน ครั้งแรกของเราสองคน
ฝนตกพรำๆ
ไม่หนักมาก
เรานัดกันตอนทุ่ม
เวลานั้นฉันยังอยู่ใต้ผ้าห่ม
แต่ว่าเทอโทรมาตามหลายรอบแล้ว
ฉันไปอ่านหนังสือด้วยก็ได้
ความจริงเราต่างคนต่างอ่านที่ห้องตัวเองก่อนก็ได้
แต่ว่าฉันอยากเจอ อยากเห็นหน้า
จนต้องยอมฝ่าสายฝนไปพบเทอ
ปกติเทอไม่ชอบมาอ่านหนังสือตามใต้ตึกต่างๆนะ
แต่นี่ฉันเป็นคนนัดเทอเมื่อสองวันก่อน
และเมื่อถึงเวลา เทอก็จะไปอ่านให้ได้
เทอ...ก็อยากเจอฉัน ด้วยใช่ไหม???
กว่าฉันจะลุกจากผ้าห่มก็สองทุ่มแล้ว
เราเจอกันที่ใต้ตึก CE
เทอใส่เสื้อสีฟ้ามีลาย
สดใสเหลือเกิน
เราอยู่ด้วยกันถึงเที่ยงคืนกว่าๆ
ก็พากันกลับ
ฝนยังไม่หยุดตก
ฉันให้เทอใส่เสื้อกันฝน
แต่เทอไม่ยอมใส่
กลัวไม่หล่อ ไม่เท่
ให้ยืมร่มก็ไม่เอา เกรงใจ
...
...
แล้วสุดท้ายฉันก็บังคับให้กางร่มกลับหอ
..
..
เมื่อไหร่ค่ำคืนนี้จะหมุนมาถึงอีก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)